ญี่ปุ่น ป้องค่ายรถ หนุนเพิ่มส่งเสริมรถยนต์สันดาป

ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่น เจโทรพบผู้แทนการค้าไทยเพื่อถกแนวทางหนุนเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมในประเทศ และชี้ว่าอีวีที่นำเข้าอาจกระทบซัพพลายเชนยานยนต์ ในทางตรงกลับค่ายรถญี่ปุ่นกำลังเตรียมโมเดลปิ๊กอัพอีวีเพื่อรุกตลาดไทย และขยายลงทุนฐานผลิตอีวี

นายกรัฐมนตรีนายเศรษฐา ทวีสินมีนโยบายในการส่งเสริมการลงทุนรถยนต์สันดาป เพื่อให้ไทยยังคงเป็นฐานการผลิตสำคัญในภูมิภาค และเป็นฐานการผลิตสำคัญของบริษัทรถ ญี่ปุ่น

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กำลังหารือกับค่ายรถยนต์เพื่อจัดทำนโยบายส่งเสริมการลงทุน รวมถึงการนำไปหารือกับบริษัทรถญี่ปุ่น นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังมีการเยือนญี่ปุ่นในเดือนธันวาคม 2566 เพื่อเข้าร่วมการประชุม ASEAN-Japan Commemorative Summit 2023

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า แนวทางที่รัฐบาลจะส่งเสริมรถยนต์สันดาปควบคู่กับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นทางเลือกที่ถูกต้อง เนื่องจากความต้องการในรถยนต์สันดาปยังมีอยู่ โดยเฉพาะในประเทศที่โครงสร้างพื้นฐานด้านการอัดประจุไฟฟ้าสำหรับ EV ยังไม่พร้อม

ญี่ปุ่น

บริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นได้แสดงความเห็นว่าการยกเลิกการจำหน่ายรถยนต์สันดาปในไทยควรให้เป็นไปตามกลไกตลาด โดยเดิมรัฐบาลเคยกำหนดนโยบาย ZEV (Zero Emission Vehicle) ภายในปี 2035 อย่างไรก็ตาม บริษัทเหล่านี้ได้แสดงว่าไม่จำเป็นต้องมีนโยบายที่กำหนดไว้แบบเจาะจงและควรปล่อยให้ตลาดเป็นผู้กำหนดการดำเนินงาน

นอกจากนี้ เคยมีการบอกเล่าว่าในอดีต รัฐบาลไม่เคยมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนในรถยนต์ไฮบริดเป็นที่เป็นระเบียบ ที่เป็นรถยนต์ที่นำเสนอทั้งเครื่องยนต์สันดาปและมอเตอร์ไฟฟ้า นอกจากนี้ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่จะถูกนำมาใช้ เนื่องจากมีหลายเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาอยู่ เช่น ไฮโดรเจน ทำให้ยังไม่มีการกำหนดเทคโนโลยีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตลาดไทยในปัจจุบัน

“หลายประเทศยังคงมีความต้องการใช้รถยนต์สันดาป แต่ถ้าฐานการผลิตในไทยเน้นการผลิตเพื่อส่งออกอย่างเดียว อาจทำให้มีปริมาณผลิตที่ไม่เพียงพอลงตลาด ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น ดังนั้น การผลิตรถยนต์สันดาปเพื่อรองรับตลาดภายในประเทศยังเป็นสิ่งจำเป็น”

เพิ่มเติมถึงยอดขายของรถยนต์ไฮบริดที่ขยายตัวอย่างมาก เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากตลาด ในขณะที่ยอดขายของรถยนต์และรถปิ๊กอัพสันดาปลดลง บางส่วนเกิดจากการเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อทั้งในรถยนต์และรถปิ๊กอัพ

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา, บริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นหลายรายได้เข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่ออธิบายเรื่องการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทย ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 นายโทชิโอะ คุวาฮาระ, ประธานบริษัท เอเชีย ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด (สำนักงานใหญ่ฮอนด้าภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย) และนายฮิเดโอะ คาวาซากะ, ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เข้าพบนายกรัฐมนตรี

ฮอนด้าแสดงความมุ่งมั่นที่จะสืบทอดการดำเนินธุรกิจในไทย และสนับสนุนนโยบายด้านพลังงานสะอาดและมาตรการยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาล

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์, ผู้แทนการค้าไทย, เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายคุโรดะ จุน, ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น ณ กรุงเทพฯ (JETRO Bangkok) ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 โดยนักลงทุนญี่ปุ่นมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเศรษฐกิจของไทยตั้งแต่การพัฒนาบุคคลากร, โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์, เป็นหนึ่งในกิจการที่ญี่ปุ่นมีมูลค่าการลงทุนสูงที่สุด

“การเข้ามาลงทุนของค่ายรถญี่ปุ่นยังได้สนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการในประเทศจำนวนมากเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่การผลิต และขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง”

นอกจากนี้, นายคุโรดะ ยังได้กล่าวชื่นชมรัฐบาลไทยในการดำเนินนโยบายส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านภาคอุตสาหกรรมไปสู่เทคโนโลยีใหม่เพื่อขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจสีเขียว โดยการผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม, การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีที่กำลังเกิดขึ้นจะทำให้ผู้ผลิตที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานการผลิตรถยนต์สันดาปภายในได้รับผลกระทบ เนื่องจากชิ้นส่วนยานยนต์จำนวนมากที่หายไป ดังนั้นการวางแผนร่วมกันทั้งภาครัฐและเอกชนในช่วงการเปลี่ยนผ่านจึงจำเป็นเพื่อให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนที่เกี่ยวเนื่องได้ปรับตัว ทั้งด้านเทคโนโลยีการผลิต การพัฒนาทักษะบุคคลากร รวมถึงการเปลี่ยนไปผลิตสินค้าอื่นเพื่อทดแทนปริมาณความต้องการชิ้นส่วนยานยนต์ที่จะหายไป

รายงานจากเจโทรระบุว่า การเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจำเป็นต้องคำนึงถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในระดับ (Tier) ต่างๆ ซึ่งประกอบไปด้วย ผู้ประกอบรถยนต์ 23 ราย ผู้ประกอบจักรยานยนต์ 8 ราย ผู้ผลิตชิ้นส่วนเทียร์ 1 จำนวน 476 ราย ผู้ผลิตเทียร์ 2 จำนวน 1,210 ราย และเทียร์อื่นๆ รวมการจ้างงานกว่า 550,000 คน

ทั้งนี้การเปลี่ยนผ่านจากรถเครื่องยนต์สันาดปภายใน (ICE) ไปสู่รถยนต์แบตเตอรี่ไฟฟ้า (BEV) โดยเฉพาะในช่วงที่มีการอุดหนุนนำเข้ารถ EV ปริมาณสูง ทำให้กระทบต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศจากดีมานต์รถยนต์ในประเทศที่ลดลง

ทั้งนี้ เจโทรเปิดเผยว่า ผู้ประกอบการค่ายรถญี่ปุ่นเองเริ่มขยับและพร้อมปรับตัวที่จะขยายฐานการผลิตรถ EV ในไทย โดยบางค่ายเริ่มนำรถกระบะ (Pick-Up) ซึ่งถือเป็นโปรดักส์แชมป์เปี้ยนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เข้ามาทดลองใช้งาน

สำหรับยอดการจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV เดือน ต.ค.2566 มีจำนวน 9,808 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 400.41% ส่งผลให้เดือนม.ค.-ต.ค. 2566 มียอดจดทะเบียนใหม่สะสม 77,737 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 409.98%

ขณะที่ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท HEV เดือน ต.ค.2566 อยู่ที่ 6,613 คัน ลดลง 31.31% รวม 10 มียอดจดทะเบียนใหม่สะสม 72,036 คัน เพิ่มขึ้น 31.34%

ส่วนยอดจดทะเบียนใหม่ PHEV มีจำนวน 849 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 5.56% รวม 10 เดือนมียอดจดทะเบียนสะสม 10,383 คัน เพิ่มขึ้น 7.14%

ขอบคุณรูปภาพจาก : www.bangkokbiznews.com

ขอบคุณแหล่งที่มา : www.bangkokbiznews.com


ติดตามข่าวสารได้ที่ have-a-look.net

สนใจเกมออนไลน์คลิ๊ก

เวียดนาม
เศรษฐกิจ

เวียดนาม ชู ‘สุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์’ ผู้บริหาร CPF สร้างความมั่นคงอาหาร

“สุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์” ผู้บริหารซีพีเอฟ ร่วมสร้างค […]

อ่านต่อ ...
ครม.
เศรษฐกิจ

ครม. หั่นโควต้านำเข้าอาหารสัตว์ เหลือ1ปี ข้าวโพด-กากถั่วเหลือง-ปลาป่น

ครม. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เปิดโควตาการนำเข้าวัตถุดิบ […]

อ่านต่อ ...
พีระพันธุ์
เศรษฐกิจ

พีระพันธุ์ รื้อสัญญาซื้อขายก๊าซ ปตท. ย้อนหลังหวังได้เงินอุ้มค่าไฟเพิ่ม

พีระพันธุ์ ได้ทำการสั่งสำนักงาน “กกพ.” เพื่ […]

อ่านต่อ ...