เด็กไทยการเรียนรู้ถดถอย ต้องพลิกฟื้นคุณภาพการศึกษา

รายงานการศึกษา : วิกฤต..เด็กไทยเรียนรู้ถดถอย สู่การพลิกฟื้น..คุณภาพการศึกษา

ผ่านพ้นปีเสือไฟไปเรียบร้อยแล้ว ช่วงต้นปียังมีความหวังว่าจะเป็น “ปีแห่งการฟื้นฟูการศึกษา” หลังต้องเผชิญกับสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 มานานกว่า 2 ปี ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงทั้งเศรษฐกิจ และสังคม รวมทั้ง ภาคการศึกษา ที่ต้องปรับมาเรียนออนไลน์ เกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอย หรือ Learning Loss นำมาสู่ปัญหาสุขภาพจิต ความรุนแรง ทั้งตัวผู้เรียน ครู รวมถึง ครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วง…

แม้รัฐบาลจะออกมาประกาศให้สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อยู่ในสภาวะคลี่คลาย และเปิดให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ก็ต้องยอมรับว่าหลายเรื่องยังต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู โดยเฉพาะด้านการศึกษา ที่พบข้อมูลว่า เด็กมีภาวะ ลงไปกว่า 1 ปี 6 เดือน สุขภาพจิตแย่ เกิดภาวะโรคซึมเศร้า ฆ่าตัวตายต่อเนื่อง…

เป็นงานหนักของ “ครูเหน่ง” ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ต้องเร่งแก้ไขในฐานะเจ้ากระทรวง แต่ก็ดูเหมือนตลอดทั้งปี สถานการณ์ยังวิกฤตขั้นรุนแรง แม้ ศธ.จะออกมาแถลงผลงาน ทั้งการดึงเด็กหลุดระบบกลับเข้าเรียน ปรับหลักสูตร เพิ่มวิชาประวัติศาสตร์ เพื่อสร้างผลงาน ฯลฯ แต่ก็ดูเหมือนเด็กยังคงหลุดออกนอกระบบการศึกษาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ยิ่งไตรมาส 4 ช่วงส่งท้ายปี ที่การเลือกตั้งใหญ่ใกล้เข้ามาทุกที

งานหลักของเสมา 1 แทบจะเป็นการเดินสายหาเสียงต่างจังหวัดล้วนๆ

จึงเป็นเรื่องน่าห่วงว่า การจัดการศึกษาในปีกระต่าย 2566 หลังยุคโควิด-19 จะเป็นอย่างไร แม้เป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนของสังคมต้องช่วยกัน แต่เลี่ยงไม่ได้ที่หน่วยงานหลักๆ อย่าง ศธ.จะต้องออกหน้าเป็นแม่งาน เดินเครื่องแก้ปัญหาอย่างจริงจัง !!

นายศุภโชค ปิยะสันติ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ว่าทิศทางการศึกษาจากนี้ไป จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ โดยเฉพาะหลักสูตรที่ควรจะต้องปรับให้ยืดหยุ่น สอดคล้องกับผู้เรียน ไม่ใช่กำหนดไว้ตายตัว แล้ววางไว้บนหอคอยงาช้าง

ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังยุคโควิด-19 ไม่ใช่แค่เรื่องการเรียนรู้ทางวิชาการที่ต้องเร่งแก้ไข แต่ยังต้องเร่งฟื้นฟูสภาพจิตใจ การเพราะเรียนออนไลน์ สร้างผลกระทบกับสุขภาพจิตของเด็กทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นประถม มัธยม รวมถึง อุดมศึกษา การวางแนวทางแก้ปัญหา จำเป็นต้องใช้หลักจิตวิทยาเข้ามามีส่วนสำคัญในการเรียนการสอน รวมถึง การประเมินที่ต้องดูความเหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของเด็กเป็นรายบุคคคล ไม่ใช่ใช้ข้อสอบชุดเดียวกัน ประเมินเด็กทุกคนเหมือนที่ผ่านมา เพื่อให้เด็กกลับมามีสภาพจิตใจที่ดี สามารถเรียนได้อย่างมีความสุข

“กว่า 2 ปีที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาจำนวนมาก จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าสถานการณ์จะเบาบางลง ดังนั้น การเร่งฟื้นฟูสภาพจิตใจของเด็ก จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนอันดับแรก ส่วนตัวไม่เชื่อว่าการเรียนออนไลน์ 2 ปี จะทำให้ความรู้ที่เด็กมีอยู่ขาดหายไป โดยหัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาทั้งหมด คือครู ที่จะต้องปรับการสอน เปลี่ยนแม้กระทั่งวิธีการสื่อสารกับผู้เรียน อาทิ ครูจะบอกให้เด็กตั้งใจเรียน เพื่อจะมีอนาคตที่ดี เหมือนก่อนคงไม่ได้แล้ว แต่จะต้องตั้งคำถาม เพื่อช่วยกันหาวิธีการว่า หากเกิดปัญหา หรือโรคอุบัติใหม่เกิดขึ้นอีก เด็กจะสามารถปรับตัว เรียนรู้กับความเปลี่ยนแปลง เพื่อเอาตัวรอดในสถานการณ์ดังกล่าวได้อย่างไร เป็นต้น” ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยไร่ฯ กล่าว

ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่า เด็กระดับปฐมวัย และประถมศึกษา เป็นช่วงวัยที่ต้องเร่งเข้าไปช่วยแก้ปัญหาสภาพจิตใจมากที่สุด

เพราะแม้จะมีผู้ปกครองดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ก็เป็นการดูแลโดยยื่นโทรศัพย์มือถือให้ โดยอ้างว่าเพื่อใช้เรียนออนไลน์ กลายเป็นปัญหาสะสมที่รอเวลาปะทุในอีก 5-6 ปีข้างหน้า ผู้ที่มีบทบาทในการจัดการศึกษามากที่สุดคือ ครู ส่วน ศธ.เป็นผู้บังคับบัญชาออกนโยบาย ซึ่งตอนนี้อาจจะยังไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงมากนัก เพราะแค่เปิดเรียนออนไซต์ได้ไม่นาน เด็กก็ต้องเข้าสู่การประเมิน ที่ไม่แน่ใจว่าประเมินอะไร ทั้งที่ความรู้ที่เด็กมียังคงเดิม ขณะที่โครงสร้างหลักสูตร มีการปรับในบางรายวิชา เช่น การเพิ่มวิชาประวัติศาสตร์ ก็ไม่แน่ใจว่ามีความจำเป็นหรือไม่

“ยอมรับว่า ตอนนี้ค่อนข้างท้อแท้มาก เพราะสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันค่อนข้างวิกฤต ขณะที่หลักสูตร และการประเมินที่มีอยู่ ก็กดดันคนเป็นครูมากพอสมควร ดังนั้น ในปี 2566 อยากให้ ศธ.ทบทวนการจัดการศึกษาของชาติอย่างจริงจัง ทั้งเรื่องบทบาท ตัวชี้วัด รวมถึง การประเมินที่ต้องเหมาะสมกับบริบทของผู้เรียน ไม่ใช่ใช้ข้อสอบชุดเดียวประเมินเด็กทุกคนอย่างที่ผ่านมา” ดร.ศุภโชค กล่าว
สอดคล้องกับการประเมินสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสถานศึกษาปัจจุบัน แม้จะผ่านช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มาแล้ว และมีการเปิดให้เรียนออนไซต์เต็มรูปแบบ แต่สถานการณ์ความรุนแรง และภาวะความรู้ถดถอย กลับกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น…

นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) บอกชัดเจนว่า ปัญหาความรุนแรงในสถานศึกษา อยู่ในระดับวิกฤต เป็นผลมาจากภาวะ Learning Loss ที่เกิดขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้เด็กต้องปรับรูปแบบการเรียนรู้ จากเรียนออนไซต์ในห้องเรียน มาเป็นเรียนออนไลน์ที่บ้าน ขณะที่บางครอบครัวประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ ทำให้เด็กต้องหาวิธีเอาตัวรอด อยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง ประกอบกับช่วงเรียนออนไลน์ เด็กทำได้หลายอย่าง ทั้งเปิดจอคอมพิวเตอร์เรียนกับครู เล่นเกม และโทรศัพท์คุยกับเพื่อน ฉะนั้น การเรียนรู้จึงถดถอยอย่างรุนแรง จึงต้องเร่งฟื้นฟูเรื่องดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

“หลังกลับมาเปิดเรียนออนไซต์ตามปกติ หลายคนเข้าใจว่าปัญหาเหล่านี้จบแล้ว หรือเบาแล้ว แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ สถานการณ์ยังหนักหน่วง รุนแรงมากกว่าที่คิด การแก้ปัญหา ครูต้องใช้แอคทีฟเลินนิ่งเป็นตัวช่วยสำคัญ ทำให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์ กระบวนการเหล่านี้จะทำให้เด็กมีความสุข ขณะเดียวกันต้องทำงานร่วมกับจังหวัด ฟื้นฟูครอบครัว ให้กลับมาเข้มแข็ง โดยครูต้องมีความเข้าใจ และเป็นกำลังสำคัญในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ ซึ่งปี 2566 ตั้งใจจะเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพราะเรื่องนี้ไม่สามารถแก้ไขให้แล้วเสร็จได้ภายในปีเดียว แต่การแก้ปัญหาจะเห็นผลในอีกหลายปีข้างหน้า” รองเลขาธิการ กพฐ.ระบุ

การจัดการศึกษาหลังยุคโควิด-19 จะเป็นอย่างไรต่อไป คงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่ ศธ.เพียงหน่วยงานเดียว จะตอบคำถามได้ แม้จะเป็นแม่งานหลักดูแลจัดการศึกษา ให้นักเรียนทั่วประเทศกว่า 7 ล้านคนในทุกสังกัด แต่วิกฤตที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงครั้งนี้ คงต้องการความร่วมมือร่วมใจ จากหลายหลายงาน สำคัญที่สุดคือ สถาบันครอบครัว ที่ต้องเข้มแข็ม เชื่อว่าจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกัน

ขณะที่ ศธ.เอง เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องปรับองคาพยพขนาดใหญ่ ทั้งหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ ที่จำเป็นต้องยืดหยุ่น ระบบการดูแลนักเรียนในโรงเรียน ที่ต้องประสานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้แน่นแฟ้นมากขึ้น

สำคัญที่สุด คือท่าทีของเจ้ากระทรวง อย่างครูเหน่ง “ตรีนุช” ที่คงต้องเร่งเครื่อง จริงจังกับการแก้ไขปัญหาการศึกษาให้มากขึ้น

หวังว่าปี 2566 หรือปีกระต่าย จะเป็นปีแห่งการเริ่มต้น ปีแห่งการฟื้นฟูสภาพการจัดการศึกษาไทย ให้กลับมามีคุณภาพยิ่งๆ ขึ้นไป…

การศึกษา

ไฟเขียวแล้วสอบตั๋วครู ผ่านคอมพ์ ทางออนไลน์

‘บอร์ดคุรุสภา’ ไฟเขียวสอบตั๋วครู ผ่านคอมพ์ 100% เมื่อวั […]

อ่านต่อ ...
การศึกษา

แนะนำให้ปรับการสอนเป็นแบบที่ ให้เด็กลงมือทำด้วยตัวเอง

เมื่อวันที่ 30 มกราคม นายตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิก […]

อ่านต่อ ...
การศึกษา

กรมศิลป์ จัดสัมมนาโครงการวิจัย ผลงานวิชาการของกรมศิลปากร

เมื่อวันที่ 30 มกราคม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิล […]

อ่านต่อ ...