10 ธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วงในปี 66

10 ธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วงในปี 66

อีกไม่กี่วันก็จะสิ้นปี 2565 ก้าวสู่ศักราชใหม่ปี 2566 มีหลายสถาบันคาดการณ์เศรษฐกิจปีหน้าไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ค่อยจะสดใสอย่างที่หวังเอาไว้สักเท่าไหร่

อย่างสองศูนย์วิจัยทางเศรษฐกิจ ศูนย์วิจัยกรุงไทยแคมปัส และศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองตรงกัน

เศรษฐกิจโลกปีหน้าชะลอตัวแน่ เหตุจากเงินเฟ้อ ที่ธนาคารกลางหลายประเทศทั่วโลก ต้องเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย เพื่อคุมเงินเฟ้อ ตามธนาคารกลางสหรัฐฯ

บวกกับสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิรัฐศาสตร์โลก หลายจุด ทั้งสงครามรัสเซีย-ยูเครน สงครามการค้ารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ+อังกฤษ และจีน กระทบต่อการส่งออก และการค้าโลกแน่

จะมีบางเขตเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย

แต่ในวิกฤติย่อมเป็นโอกาสของธุรกิจที่ปรับตัวตามกระแสโลกได้

เราลองไปดู 10 ธุรกิจดาวรุ่ง และดาวร่วง ที่ ศูนย์พยากรณ์ เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าฯ คาดการณ์ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2566 ช่วงครึ่งปีแรกไตรมาศ 1-2 มีโอกาสขยายตัวที่ 3.4-3.6%

มีภาคการท่องเที่ยวเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ภาคการส่งออกจะแผ่วลงไป

ซึ่งช่วงต้นปีหน้า ไทยจะเข้าสู่การเลือกตั้งใหญ่ รัฐบาลใหม่จะมีนโยบายและมาตรการออกมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มองว่าช่วงปลายปี 2566 จีดีพีจะโตได้ 3.7-4%

จึงมีการจัดอันดับธุรกิจดาวรุ่ง–ดาวร่วง ในปี 2566

โดย 10 ธุรกิจดาวรุ่ง ได้แก่ 1.ธุรกิจการแพทย์และความงาม 2.ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (ธุรกิจทำการซื้อขายผ่านอิเล็กทรอนิกส์) 3.ธุรกิจด้านฟินเทค (fintech) การจัดงานคอนเสิร์ต มหกรรมจัดแสดงสินค้า

10 ธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วงในปี 66

4.ธุรกิจจัดทำคอนเทนต์ การรีวิวสินค้า อินฟลูเอนเซอร์ ธุรกิจสื่อโฆษณาและสื่อออนไลน์ 5.ธุรกิจแพลตฟอร์ม (ธุรกิจตัวกลางหรือตลาดกลางด้านอิเล็กทรอนิกส์) 6.ธุรกิจประกันภัย ประกันชีวิต

7.ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ทัวร์ ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง รวมถึงธุรกิจบันเทิงยามค่ำคืน ผับ บาร์ คาราโอเกะ 8.ธุรกิจตู้หยอดเหรียญ ธุรกิจโลจิสติกส์ (ดีลิเวอรี)

9.ธุรกิจเกี่ยวกับอีสปอร์ต ธุรกิจอาหารเสริม ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และ 10.ธุรกิจยานยนต์ ธุรกิจความเชื่อ (สายมู หมอดู ฮวงจุ้ย) ธุรกิจบันเทิง และธุรกิจเกี่ยวกับกัญชา-ใบกระท่อม

ส่วน 10 ธุรกิจดาวร่วง ได้แก่ 1.ธุรกิจฟอกย้อม ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ และวารสาร หนังสือพิมพ์รูปแบบกระดาษ 2.ธุรกิจรับส่งสื่อสิ่งพิมพ์ตามบ้านและสถานที่ทำงาน ธุรกิจโรงพิมพ์/การพิมพ์

3.ธุรกิจคนกลาง 4.ร้านขายหนังสือ 5.ธุรกิจเครื่องปั้นดินเผาและเซรามิก 6.ธุรกิจร้านถ่ายรูป ธุรกิจหัตถกรรม 7.ธุรกิจผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ไร้ฝีมือ หรือเสื้อผ้าโหล

8.ธุรกิจคริปโต 9.โรงเรียนเอกชน และ 10.ธุรกิจร้านโชห่วย

ทั้งนี้ จากเทรนด์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้คนทั่วโลกตื่นตัวในเรื่องของสุขภาพ ทำให้ธุรกิจด้านสุขภาพมาแรง

รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์เข้ามามีบทบาท ส่งผลให้ความสวยงามที่เข้ามาพร้อมกัน จากการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กมากขึ้น

โดยเฉพาะการสร้างคอนเทนต์ ในเฟซบุ๊ก (Facebook) อินสตาแกรม (Instagram) ติ๊กต่อก (TikTok) เป็นต้น

เป็นธรรมดา…ทุกธุรกิจต้องปรับตัวไปตามกระแสโลก.

ขอบคุณแหล่งที่มา : thairath.co.th


ติดตามข่าวสารได้ที่ have-a-look.net

เศรษฐกิจ

ททท.จ่อเพิ่มเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2566

ททท.จ่อเพิ่มเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2566 นายยุทธ […]

อ่านต่อ ...
เศรษฐกิจ

ใช้ AI จับธุรกรรมไม่ปกติ ลุ้นกฎหมายคุม

ใช้ AI จับธุรกรรมไม่ปกติ ลุ้นกฎหมายคุม “ซิมผี-บัญชีม้า” […]

อ่านต่อ ...
เศรษฐกิจ

วาดฝันตั้งกองเรือแห่งชาติ เพื่อช่วยส่งเสริมพาณิชยนาวี

วาดฝันตั้งกองเรือแห่งชาติ เพื่อช่วยส่งเสริมพาณิชยนาวี น […]

อ่านต่อ ...