รีวิวหนัง “White Noise” แอคติ้งระดับพรีเมี่ยม

รีวิวหนัง “White Noise” แอคติ้งระดับพรีเมี่ยม กับหายนะคมคายที่ยากจะเข้าถึง

ถึงคิวอีกหนึ่งหนังจากสายเทศกาลในช่วงปีที่ผ่านมา หนังที่ชนะรางวัลติดไม้ติดมือมาจากเทศกาลหนังเวนิสมาได้ แม้ว่ากระแสจะค่อนข้างแผ่วกว่าหนังหวังรางวัลเรื่องอื่น ๆ สักหน่อย แต่ “White Noise” ก็เป็นหนังครอบครัวตลกร้ายสไตล์กระแทกกระทั้นสังคมอเมริกาในยุค 80s ได้อย่างสวยงาม แม้ว่าสารและข้อความของหนังจะค่อนข้างยากที่คนดูจะเข้าถึงไปสักหน่อย แต่นี่ก็จัดได้ว่าเป็นหนังที่เต็มไปด้วยแอคติ้งชั้นยอด

 

White Noise เป็นผลงานหลากรส ทั้งขบขันและน่ากลัว งดงามและบ้าบอ ธรรมดาและวุ่นวายขั้นวิบัติ ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของครอบครัวชาวอเมริกันสมัยใหม่ที่ต้องพยายามรับมือกับความขัดแย้งสุดจำเจในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญกับปริศนาที่ทุกคนต้องเจอในเรื่องความรัก ความตาย และความสุขที่อาจเกิดขึ้นได้ในโลกที่ไม่มีอะไรแน่นอน

หากว่าเมื่อสิ้นปีที่แล้ว คุณเคยประทับใจและชอบหนังแบบ Don’t Look Up ไม่แน่ว่าสิ้นปีนี้คุณอาจจะชอบ White Noise เรื่องนี้ เพราะอย่างน้อย ๆ นี่ก็คือหนังหายนะที่เต็มไปด้วยความข้อมูลข้อเท็จจริงที่กระจัดกระจายแบบชาวบ้าน ๆ ที่พยายามนำสารต่าง ๆ มาวิเคราะห์หาการเอาด้วยรอด แต่บอกเอาไว้เลยว่าการนำเสนอของหนังเรื่องนี้ น่าจะทำให้ผู้ชมรู้สึกชอบหรือไม่ก็เกลียดหนังเรื่องนี้ไปเลยอย่างสุดขั้ว

 

นี่คือผลงานล่าสุดของ “โนอาห์ เบาม์แบก” ที่เขายังมารับหน้าที่กำกับและเขียนบทหนังด้วยตัวเองอีกเช่นเคย โดยดัดแปลงมาจากนิยายคลาสสิกชื่อเดียวกันของ ดอน เดอลิลโล แน่นอนว่าหนังยังคงสไตล์ลีลาและลายเส้นความเป็นโนอาห์อยู่ในหลาย ๆ อณู โดยเฉพาะการใส่ความคมคายในไดอะล็อกการสนทนาสื่อสารระหว่างตัวละครของเรื่อง ที่เต็มไปด้วยความทรงพลังเป็นอย่างดี เพียงแต่ว่าการหยิบนำมาใช้ในหนังหายนะเรื่องนี้นั้น อาจจะไม่ค่อยเข้ากันสักเท่าไหร่

การเล่าเรื่องของหนังเรื่องนี้ค่อนข้างเฉพาะตัวมาก ๆ โดยหนังอาจจะท่วงทำนองออกเป็น 3 ช่วงหลัก ๆ แม้ว่าเราจะพยายามนำมาเชื่อมโยงและปะติดปะต่อแต่พาร์ทเข้าเอาไว้ด้วยกันแล้ว แต่ก็พบว่าหนังยังค่อนข้างโดดเด่นเฉพาะพาร์ทมในตัวเองไปสักหน่อย กลายเป็นส่วนผสมที่ยังไม่ค่อยเข้าเนื้อด้วยกันได้ดีนัก พาร์ทแรกคือความท้าทายมาก เพราะหนังเริ่มต้นด้วยการปูเรื่องเชิงปรัชญาและระรัวทฤษฎีกับบทสนทนาอัดแน่น เป็นชาเลนจ์มาก ๆ ที่ผู้ชมจะต้องผ่านพาร์ทนี้

ตามมาด้วยพาร์ทตรงกลางที่เพิ่มระดับความอลหม่านกับเนื้อหาเหตุหายนะ พาร์ทนี้ที่ว่าเป็นการยกระดับอารมณ์ของผู้ชมได้ดี มันช่างน่าตื่นเต้นและน่าตื่นตา เต็มไปด้วยจังหวะสนุก ๆ แบบหนังเชิงพาณิชย์ทั่วไป แม้ว่าตัวหนังจะยังคงยิงระรัว ๆ บทสนทนาเอาไว้แบบไม่หยุดหายใจเช่นเคยก็ตาม แต่เป็นพาร์ทที่ทำให้หนังดูน่าติดตามขึ้นมาหน่อย แต่พอเข้าสู่พาร์ทสุดท้ายที่น่าจะเป็นองก์ที่ทรงพลังที่สุด แต่กลับรู้สึกว่าดีกรีของหนังที่เพิ่งขึ้นไปจุดสูงสุดมา ค่อย ๆ ไต่ระดับลงมา

แม้ว่าองก์สุดท้ายจะเป็นท่วงทำนองของปัญหาชีวิตและประเด็นในครอบครัว เนื้อหาและไดอะล็อกในช่วงนี้ยังค่อนข้างสร้างระยะห่างระหว่างหนังกับผู้ชมให้แยกออกจากกันมากขึ้น แม้ว่าองก์ดังกล่าวจะมอบรสชาติแบบใกล้เคียงกับที่โนอาห์เคยทำเอาไว้สำเร็จใน Marriage Story ผลงานเรื่องก่อนของเขา แต่น่าเสียดายไปสักหน่อย ที่ผู้ชมค่อนข้างเบลอไปกับการนั่งรถไฟเหาะสายนี้ ที่อยู่ ๆ ก็กลับมาสู่โหมดข้อมูลที่หนักหน่วงอีกครั้ง และเมื่อสู่ปลายทางก็จะพบว่าเป็นหนังที่เต็มไปด้วยข้อมูล แต่กลับยังไม่ค่อยสัมผัสได้ว่า..คืออะไร?

 

อย่างไรก็ตาม White Noise ก็ยังได้ไฮไลต์เด็ด ๆ จากทีมนักแสดงที่ค่อนข้างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น “อดัม ไดร์เวอร์” ยังคงมอบการแสดงระดับพรีเมี่ยมตามมาตรฐานความดีงามของเขาอีกครั้ง การแสดงที่เต็มไปด้วยความทรงพลัง พร้อมกับสร้างความตราตรึงใจให้กับหนังได้เป็นอย่างดี ขนลุกทุกครั้งที่เห็นเขาไล่ระดับอารมณ์ระหว่างการสมบทบาทเป็นตัวละครในหนังเรื่องนี้ ไม่น่าประหลาดใจ..เขาสมควรมีชื่อเข้าชิงรางวัลอีกปี

ขณะที่ภรรยาของผู้กำกับ “เกรต้า เกอร์วิก” ก็ยังคงมอบการแสดงชั้นเลิศออกมา เธอทำงานได้ดีที่เบื้องหน้าและเบื้อหลัง เมื่อกลับมารับงานแสดงเบื้องหน้าอีกครั้ง เธอก็ยังทำได้ดีและน่าประทับใจ และที่ขโมยซีนไม่น้อยเลย ก็คือ “ดอน ชีเดิล” แม้เราอาจจะยังไม่เข้าถึงคาแรกเตอร์ของเขาที่เต็มไปด้วยข้อมูลและปรัชญาเต็มไปมหด แต่ออกมาทุกซีนก็คือน่าประทับใจ

 

องค์ประกอบงานสร้างของ White Noise ก็ถือว่าเก็บรายละเอียดได้ค่อนข้างดี โปรดักชั่นดีไซน์เนรมิตความเป็นยุค 80s ออกมาได้น่าประทับใจ งานภาพและมุมกล้องต่าง ๆ ของหนังเรื่องนี้ก็ทำออกมาได้ดีตามมาตรฐานของผู้กำกับผู้นี้ แม้ว่าจะไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเป็นที่สุด แต่ก็นับว่าเป็นการใส่ใจในงานโปรดักชั่นที่ค่อนข้างน่าพอใจดี พร้อมกับเก็บรายละเอียดในการสอดเสียดสังคมอเมริกาแบบพอใช้ได้

ถึงแม้ว่า White Noise อาจจะยังไม่ใช่หนังที่ซื้อใจผู้ชมได้สักเท่าไหร่ เพราะหนังเต็มไปด้วยประเด็นและข้อมูลต่าง ๆ มากมายแสนยุ่งเหยิง ถูกจับโยนมาใส่ให้คนดูได้แบกรับเพียงลำพัง มีทั้งความเป็นหนังหายนะ เป็นหนังครอบครัว เป็นหนังลึกลับ แต่กลับยังไม่สามารถผนึกรวมเข้าไว้เป็นเนื้อเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถึงจะได้การแสดงที่ยอดเยี่ยมจากแคสติ้งชุดนี้ แต่นี่คงจะเป็นหนังที่ดีแต่ยังไม่มีอะไรให้น่าหลงใหลเท่าไหร่…

 

ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง White Noise

ประเภท: ตลก / ดราม่า / เขย่าขวัญ
ผู้กำกับ: โนอาห์ เบาม์แบก
นำแสดงโดย: อดัม ไดรเวอร์, เกรต้า เกอร์วิก, ดอน ชีเดิล
ความยาว: 136 นาที
กำหนดฉายในไทย: 30 ธันวาคม 2022 (ที่ Netflix)
Movie.TrueID METRIC: White Noise

ภาพรวม
⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6/10)
การเล่าเรื่อง
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7/10)
การแสดง
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8/10)
เทคนิคงานสร้าง
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7/10)
บทภาพยนตร์
⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6/10)

ขอบคุณแหล่งที่มา : entertainment.trueid.net


ติดตามข่าวสารได้ที่ have-a-look.net

ดูหนัง

รีวิวหนัง “The Son” สัมพันธ์ด่ำดิ่ง..รวดร้าว

รีวิวหนัง “The Son” สัมพันธ์ด่ำดิ่ง..รวดร้า […]

อ่านต่อ ...
ดูหนัง

ราซซี่ อวอร์ดส์ ลบชื่อดาราเด็กเข้าชิงจากหนัง “Firestarter”

ราซซี่ อวอร์ดส์ ลบชื่อดาราเด็กเข้าชิงจากหนัง “Fir […]

อ่านต่อ ...
ดูหนัง

นางอาจยังอยู่! เปิด 6 กลวิธีที่เมแกนกลับ”M3GAN 2.0″

นางอาจยังอยู่! เปิด 6 กลวิธีที่ทำให้เมแกนกลับมาออนไลน์อ […]

อ่านต่อ ...