ครม. คงภาษีความหวาน อีก 6 เดือน ถึง 31 มี.ค. 66

ครม. คงภาษีความหวาน อีก 6 เดือน ถึง 31 มี.ค. 66 ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ

“อาคม” เผย ครม. เห็นชอบขยายเวลาปรับขึ้นภาษีความหวานระยะที่ 3 ออกไปอีก 6 เดือน ตั้งแต่ 1 ต.ค. 65 – 31 มี.ค. 66 ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน

วันที่ 20 กันยายน 2565 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบขยายเวลาปรับขึ้นอัตราภาษีความหวานตามปริมาณน้ำตาลระยะที่ 3 ออกไปอีก 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 ถึง 31 มีนาคม 2566 เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนในปัจจุบัน รวมถึงช่วยให้อุตสาหกรรมเครื่องดื่มมีระยะเวลาในการปรับตัวเพื่อรองรับการปรับขึ้นอัตราภาษีความหวานตามปริมาณน้ำตาลระยะที่ 3 ต่อไป

ครม. คงภาษีความหวาน อีก 6 เดือน ถึง 31 มี.ค. 66 ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

นายอาคม กล่าวต่อไปว่า กรมสรรพสามิตเริ่มจัดเก็บภาษีความหวานตามปริมาณน้ำตาลในสินค้าเครื่องดื่มตั้งแต่ปี 2560 เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีการปรับสูตรลดปริมาณน้ำตาลเพื่อส่งเสริมสุขภาพของประชาชนมาตลอด

โดยมีการกำหนดโครงสร้างภาษีในอัตราแบบขั้นบันได

ครม. คงภาษีความหวาน อีก 6 เดือน ถึง 31 มี.ค. 66

ระยะที่ 1 ในวันที่ 16 กันยายน 2560 ถึง 30 กันยายน 2562
ระยะที่ 2 ในวันที่ 1 ตุลาคม 2562 ถึง 30 กันยายน 2564
ระยะที่ 3 ในวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ถึง 30 กันยายน 2566

ต่อมาได้มีการขยายเวลาการปรับขึ้นอัตราภาษีระยะที่ 3 ออกไป 1 ปี จากวันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นวันที่ 1 ตุลาคม 2565 ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน หากมีการปรับขึ้นภาษีตามกำหนดเวลาเดิมอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนและการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม เนื่องจากผู้ประกอบการอาจดำเนินการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น ด้วยเหตุนี้ กรมสรรพสามิต จึงเสนอขยายเวลาการขึ้นอัตราภาษีความหวานตามปริมาณน้ำตาลระยะที่ 3 ออกไปอีกเป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 ถึง 31 มีนาคม 2566

ครม. คงภาษีความหวาน อีก 6 เดือน ถึง 31 มี.ค. 66 ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ
ทางด้าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวเสริมว่า การดำเนินการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตความหวานตามปริมาณน้ำตาลตามที่กำหนดไว้นั้น นอกจากจะเป็นแนวทางด้านสาธารณสุขในการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อตามที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำ ยังถือได้ว่าเป็นยุทธศาสตร์ของกรมสรรพสามิตที่มุ่งหวังจะเป็นกลไกสำคัญในการวางรากฐานสังคมและสนับสนุนให้ประชาชนในประเทศมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องสุขภาพ เพื่อเป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับประชาชนและประเทศชาติ.

ขอบคุณแหล่งที่มา : thairath.co.th


ติดตามข่าวสารได้ที่ have-a-look.net

เศรษฐกิจ

ปรับ Turnover ratio!!

ปรับ Turnover ratio!! หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด EA ปิด 95 […]

อ่านต่อ ...
เศรษฐกิจ

SCB CIO คาดเฟดยังขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งส่งท้ายปี 65

SCB CIO คาดเฟดยังขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งส่งท้ายปี 65 แน […]

อ่านต่อ ...
เศรษฐกิจ

ChocoCRM สตาร์ทอัพไทยสายการตลาด

ChocoCRM สตาร์ทอัพไทยสายการตลาด คว้าเงินระดมทุน Series […]

อ่านต่อ ...