เหลือ 3 หมื่นล้านตรึงน้ำมัน คลังย้ำแค่ค้ำเงินกู้พลังงาน

เหลือ 3 หมื่นล้านตรึงน้ำมัน คลังย้ำแค่ค้ำเงินกู้พลังงานต้องรับผิดชอบ

รัฐบาลจ่อเคาะมาตรการช่วยค่าไฟคนจน–กลุ่มเปราะบาง ถึงสิ้นปี ขณะที่ “สุพัฒนพงษ์” แจงชงเรื่องให้คลังค้ำประกันเงินกู้กองทุนน้ำมัน 1.5 แสนล้านบาท ด้าน “อาคม” ขอให้พลังงานเลือกการกู้เป็นทางเลือกสุดท้าย ชี้ทุกการกู้มีต้นทุน ยันไม่มีผลกระทบกับงบประมาณรัฐ

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เร่งออกมาตรการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าไฟฟ้ารอบใหม่ โดยเบื้องต้นจะต่ออายุการช่วยเหลือให้คนกลุ่มเปราะบาง และกลุ่มรายได้น้อย ทั้งกลุ่มที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน และกลุ่มใช้ไฟเกิน 300 หน่วย แต่ไม่เกิน 500 หน่วยต่อเดือน โดยจะมีแนวทางช่วยเหลือแบบเฉพาะกลุ่ม มีผลบังคับใช้ให้ทันค่าไฟรอบเดือน ก.ย.-ธ.ค.นี้ และอาจช่วยเหลือยาวไปถึงสิ้นปี

ส่วนกรณีร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวง การคลังค้ำประกันการชำระหนี้ของสำนักงานกองทุนเหลือ 3 หมื่นล้านตรึงน้ำมัน คลังย้ำแค่ค้ำเงินกู้พลังงานต้องรับผิดชอบ

น้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. … และการกู้ยืมเงินของสำนัก งานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กรอบวงเงิน 150,000 ล้านบาทนั้น เรื่องนี้เป็นวาระลับอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการ ซึ่งตามปกติ พ.ร.ก.เมื่อประกาศลงราชกิจจานุเบกษาจะมีผลบังคับใช้ สามารถกู้เงินได้ทันที และเมื่อตอนนี้ยังอยู่ในสมัยประชุมก็ต้องนำเสนอเข้าไปให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พิจารณาด้วย ซึ่งเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

“เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน และตอนนี้กำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาวในต่างประเทศแล้ว ก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์ราคาจะเป็นยังไงต่อ จึงต้องเร่งทำเรื่องนี้โดยเร็ว ส่วนจะกู้เงินเต็มกรอบที่ ครม.เห็นชอบ 150,000 ล้านบาทหรือไม่ เป็นรายละเอียด แถมเป็นวาระลับที่คุยใน ครม. คงบอกทั้งหมดไม่ได้ แต่การกู้เงินคงไม่ได้กู้เงินทันทีเลยในครั้งเดียว แต่ต้องพอใช้ทั้งหนี้เดิม และสำรองเอาไว้ใช้ในช่วงต่อไป วงเงินดังกล่าวจะเพียงพอต่อการกู้วิกฤติกองทุนน้ำมันได้จนสุดทางหรือไม่นั้น จะต้องดูกรอบวินัยทางการเงินการคลัง ไม่ให้เกินกรอบ 70% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ด้วย ซึ่งตัวเลขนี้คลังประเมินออกมาแล้วว่าไม่กระทบกับวินัยการเงินการคลัง”

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพลังงานว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังหารือเรื่องดังกล่าว โดยพบว่าหากใช้กรอบวงเงินกู้เต็มจำนวน 150,000 ล้าน บาท สามารถนำมาชำระหนี้กองทุนที่ติดลบเกือบ 120,000 ล้านบาท ขณะที่ส่วนที่เหลืออีก 30,000 กว่าล้านบาท ภายใต้แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกที่ผันผวนต่อเนื่อง และกองทุนยังต้อง อุดหนุนต่อไป เท่ากับจะมีเงินเหลือจาก พ.ร.ก.ใช้ได้เพียง 1-2 เดือนเท่านั้น

ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวว่า การที่กองทุนน้ำมันฯจะไปกู้กับธนาคารนั้น จะส่งผลกระทบต่อหนี้สาธารณะจะมากน้อยขึ้นกับที่มีกองทุนน้ำมันฯจะกู้เงินไปใช้เท่าไหร่ และต้องดูเรื่องการบริหารกองทุนด้วย ไม่ว่าจะลดรายจ่ายจากการอุดหนุน และการบริหารหารายได้ รวมทั้งติดตาม สถานการณ์ราคาน้ำมัน ส่วนการ พ.ร.ก.ค้ำประกันวงเงิน 150,000 ล้านบาทนั้น ไม่จำเป็นต้องกู้ทั้งหมด ในคราวเดียว และตามหลักการ ไม่ว่าคลังจะเข้าไปค้ำหรือไม่ เงินที่กองทุนน้ำมันฯกู้ไปก็นับเป็นหนี้สาธารณะอยู่แล้ว และขอย้ำกับกระทรวงพลังงานว่าขอให้การกู้เป็นทางเลือกสุดท้าย เพราะการกู้แต่ละครั้งจะมีต้นทุน และเสียดอกเบี้ย ขอยืนยันว่าการที่ กองทุนน้ำมันฯกู้เงินนั้น จะไม่เป็นภาระของงบประมาณ เพราะกองทุนจะเป็นผู้บริหารและจัดหาเงินมาชำระ หนี้คืนเอง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องงบประมาณใดๆ.

ขอบคุณแหล่งที่มา : thairath.co.th


ติดตามข่าวสารได้ที่ have-a-look.net

เศรษฐกิจ

ครม. คงภาษีความหวาน อีก 6 เดือน ถึง 31 มี.ค. 66

ครม. คงภาษีความหวาน อีก 6 เดือน ถึง 31 มี.ค. 66 ช่วยบรร […]

อ่านต่อ ...
เศรษฐกิจ

ชี้ 35 บาทต่อเหรียญเหมาะสม “บิ๊กป้อม” สั่ง “อาคม”

ชี้ 35 บาทต่อเหรียญเหมาะสม “บิ๊กป้อม” สั่ง “อาคม” หารือ […]

อ่านต่อ ...
เศรษฐกิจ

รัฐลดส่งเงินประกันสังคม ต.ค.-ธ.ค.

รัฐลดส่งเงินประกันสังคม ต.ค.-ธ.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี ร […]

อ่านต่อ ...