น้ำท่วมแม่สาย อ่วมหนัก พิษ “มู่หลาน” จับตาปลายสิงหา พายุจ่อ

น้ำท่วมแม่สาย อ่วมหนัก พิษ “มู่หลาน” จับตาปลายสิงหา พายุจ่อเข้า 2-3 ลูกติด

 

พายุมู่หลาน อ่อนกำลังลงแล้ว แต่ก่อให้เกิดฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่หลายจังหวัด โดยเฉพาะภาคเหนือ 6 จังหวัด เชียงราย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ พะเยา น่าน และพิษณุโลก รวม 25 อำเภอ 70 ตำบล 391 หมู่บ้าน และบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 1,885 ครัวเรือน โดยหลายพื้นที่น้ำยังคงท่วมขัง คาดอีก 1-2 วัน น้ำจะลดกลับสู่สถานการณ์ปกติ

ขณะที่น้ำบางส่วนบริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ จ.พิษณุโลก จะไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้อัตราการไหลของแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่อ.บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อยู่ที่ 1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 16-17 ส.ค. 2565 นี้

จากการประเมินของ “ชวลิต จันทรรัตน์” ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำ “ทีมกรุ๊ป” และคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่นอกคันกั้นน้ำในเขตจ.ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ เนื่องจากสภาวะน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงเวลาดังกล่าวได้ลดลงแล้ว

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าร่องมรสุมหรือร่องฝน พาดผ่านประเทศเมียนมาและประเทศลาวตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังอ่อนลง

ทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ และเตือนประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ส่วนช่วงวันที่ 20-22 ส.ค. จะเกิดฝนตกหนัก เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมและมีมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในอ.แม่สาย จ.เชียงราย หนักสุดในรอบ 20 ปี น้ำท่วมแม่สาย อ่วมหนัก พิษ "มู่หลาน" จับตาปลายสิงหา พายุจ่อ

ภายหลังระดับน้ำแม่น้ำสายบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา เพิ่มขึ้นสูงเกิน 6 เมตร ได้เอ่อทะลักเข้าท่วมชุมชนริมน้ำทั้งสองฝั่ง และน้ำทะลักล้นแนวกั้นเข้าท่วมตลาดสายลมจอย เขตเทศบาลตำบลแม่สาย

และบ้านเรือนประชาชนในชุมชนพื้นที่ชั้นใน เช่นเดียวกับฝั่งจ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา น้ำได้ล้นแนวกั้นคอนกรีตเข้าท่วมตลาด ร้านค้า และชุมชน อย่างหนัก

เพื่อการเตรียมพร้อมรับมือ เพราะตั้งแต่กลางเดือนส.ค.นี้ ฝนจะตกหนักมากขึ้นโดยเฉพาะเดือนก.ย.-ต.ค. ฝนจะตกหนักและแรงเกือบทุกภูมิภาค จากคำเตือน “รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์” ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต

และในช่วงวันที่ 19-22 ส.ค.นี้ ร่องมรสุมจะพาดผ่านพื้นที่ประเทศไทยตอนบน จะทำให้ฝนตกมากขึ้น และพบพายุบริเวณทะเลอันดามัน ซึ่งมาจากประเทศบังกลาเทศ ได้หมุนวนตีกลับเข้ามาทางประเทศเมียนมา จะส่งผลกระทบต่อไทย ทำให้พื้นที่อ.แม่สาย ยังคงมีฝนตกหนัก และจะเริ่มเบาลงในวันที่ 14 ส.ค. จนตกน้อยลงในวันที่ 15 ส.ค.นี้

“ช่วงนี้พื้นที่ภาคเหนือ ฝนจะตกหนักสลับเบา และพอเข้าวันที่ 16 ส.ค. จะตกหนักอีก ทำให้มวลน้ำเหนือมีมากขึ้น จนเขื่อนเจ้าพระยา ประกาศปรับแผนการระบายน้ำเพิ่มมาเป็น 1,100-1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นจากเดิม และน้ำจะท่วมพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ บริเวณตำบลโผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง อ.บางบาล และอ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เพราะฝนตกต่อเนื่อง ยิ่งทำให้น้ำจะเพิ่มขึ้นอีก ปัญหาก็คือว่าถ้าเขื่อนขนาดใหญ่ ไม่ปล่อยน้ำลงมาซ้ำ ก็ไม่น่ากังวลเหมือนปี 2554 และถ้าฝนตกใต้เขื่อน ก็ต้องระบายน้ำให้มากกว่า”

แม้สัญญาณพายุที่จะเข้ามาในช่วง 10 วันข้างหน้ายังไม่ปรากฏ

แต่มีเค้าลางว่าปลายเดือนส.ค.นี้ พายุจะเริ่มเข้ามา 2-3 ลูกติดกัน ซึ่งระยะเวลายังไกลจะต้องติดตามดูในช่วงใกล้ๆ อีกครั้ง นอกจากนี้จากการคาดการณ์ว่าปี 2565 จะเกิดพายุ 23 ลูก และปัจจุบันได้เกิดพายุไปแล้ว 8 ลูก ทั้งพายุไต้ฝุ่น และพายุโซนร้อน ทำให้ยังเหลือพายุอีก 15 ลูก ซึ่งรวมดีเปรสชัน หย่อมความกดอากาศต่ำ พายุโซนร้อน และพายุโซนร้อนที่อาจพัฒนากลายเป็นพายุไต้ฝุ่น

เพราะฉะนั้นหลังจากนี้จนถึงปลายปี จะมีโอกาสเกิดพายุถี่มากขึ้น และหากเทียบสภาพอากาศปีนี้กับปีที่แล้วพบว่าคล้ายกัน แต่แตกต่างตรงที่ปีที่แล้วมีพายุ 22 ลูก และเข้ามาถี่ในช่วงครึ่งปีแรก จนมาถึงกลางส.ค. รวมแล้ว 13 ลูก ส่วนปีนี้พายุจะเกิดถี่ขึ้นในช่วงหลังของปี เป็นสิ่งที่น่ากังวล เพราะปีนี้มีฝนมากกว่าปีที่แล้ว หากเจอพายุเข้ามาจะส่งผลกระทบหนัก และปีที่แล้ว แม้ปริมาณฝนน้อยกว่าปี 2554 แต่น้ำกลับท่วมหนักในพื้นที่ภาคกลาง สาหัสย่ิงกว่าปี 2554 เสียอีก.

ขอบคุณแหล่งที่มา : thairath.co.th


ติดตามข่าวสารได้ที่ have-a-look.net