ฟอรัมเศรษฐกิจโลกกับความท้าทายในระยะข้างหน้า

economics

ฟอรัมเศรษฐกิจโลกกับความท้าทายในระยะข้างหน้า

ธนันธร มหาพรประจักษ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย ในช่วงปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมานี้ ท่านผู้อ่านที่สนใจเรื่องเศรษฐกิจคงจะติดตามการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม (WEF) ประจำปี 2565 ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ที่ผู้นำโลกและผู้แทนจากภาคธุรกิจชั้นนำร่วมถกประเด็นที่เป็นวาระสำคัญของโลก ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และประเด็นอื่นที่จะส่งผลกระทบกับประชาคมโลก บางขุนพรหมชวนคิดในวันนี้จึงขอเล่าประเด็นที่น่าสนใจในการประชุมนี้ให้กับท่านผู้อ่านค่ะ

การประชุม WEF ในปีนี้จัดในหัวข้อ “ประวัติศาสตร์ ณ จุดเปลี่ยน : นโยบายของรัฐบาลและกลยุทธ์ทางธุรกิจ” (History at a Turning Point : Government Policies and Business Strategies)ฟอรัมเศรษฐกิจโลกกับความท้าทายในระยะข้างหน้า

เป็นการประชุมแบบพบหน้ากันครั้งแรกหลังเกิดการระบาดของโควิด และการหารือในปีนี้ มุ่งเน้นไปที่ความท้าทายระดับโลกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังการระบาดของโควิดวิกฤติสงครามและความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย–ยูเครน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ ในการประชุมยังมีการอภิปรายถึงประเด็นอื่นๆ อาทิ วิกฤติอาหารและพลังงาน การปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคที่ 4 และกระแสเทคโนโลยีอย่างเมตาเวิร์ส

สำหรับประเด็นความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย–ยูเครน

เป็นหนึ่งในประเด็นร้อนแรงในการประชุมปีนี้ โดยประธานาธิบดีและรัฐมนตรีต่างประเทศยูเครนได้เข้าร่วมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ และได้ เรียกร้องให้นานาประเทศร่วมกันเพิ่มแรงกดดันต่อรัสเซียผ่านการคว่ำบาตรในด้านการเงินและพลังงาน ให้มากขึ้น เพื่อยับยั้งประเทศอื่นๆจากการใช้กำลังทางทหารเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตนเอง ทั้งนี้ มีแนวโน้มว่ามาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียจะมีต่อไปยาวนาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการค้าการลงทุนของโลกทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

นอกจากวิกฤติในยูเครนแล้ว ประเด็นด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะประเด็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกหลังจากการระบาดของโควิดก็เป็นอีกประเด็นที่ถูกกล่าวถึง บรรดานักธุรกิจและผู้นำประเทศต่างๆต่างมองภาพ แนวโน้มการเติบโตในปีนี้ว่ายังคงไม่สดใสและเต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยงมากมาย

อาทิ ผลกระทบจากวิกฤติในยูเครน ปัญหาระบบห่วงโซ่อุปทาน และการบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาลจีน นอกจากนี้ หลายประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ทั้งสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และสหภาพ ยุโรป กำลังเผชิญปัญหาเงินเฟ้อในระดับที่รุนแรง ฉุดรั้งความเชื่อมั่นของผู้บริโภค รวมถึงส่งผลต่อเสถียรภาพของตลาดการเงิน ทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เศรษฐกิจโลกมีโอกาสเข้าสู่ภาวะถดถอยมากขึ้น

ทั้งนี้ คริสตาลีนา จอร์เจวา ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในขณะนี้ถือเป็นบททดสอบครั้งใหญ่นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา แต่ก็มองว่า โลกได้รับมือกับวิกฤติที่คาดไม่ถึงมาหลายครั้ง และผ่านมาได้ เพราะเรายังมี “ความยืดหยุ่น” (resilient) ดังนั้น เพื่อรับมือกับวิกฤติต่างๆที่อาจเกิดขึ้น จำเป็นต้องเน้นสร้างคนที่มีความยืดหยุ่นผ่านการสนับสนุนจากการศึกษา สุขภาพ และการคุ้มครองทางสังคม


ประเด็นสุดท้ายที่น่าสนใจ คือ ความมั่นคงทางอาหาร ที่ผู้เข้าร่วมงานต่างเกรงว่า วิกฤติอาหารโลกที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นกำลังเร่งให้เกิดการเคลื่อนไหวเพื่อกีดกันทางการค้าของประเทศต่างๆ จนอาจเป็นชนวนก่อให้เกิดสงครามการค้าในวงกว้าง โดยขณะนี้มีหลายประเทศทั่วโลกที่ใช้มาตรการจำกัดการส่งออกอาหาร พลังงาน และสินค้าโภคภัณฑ์ นับตั้งแต่เกิดสงครามในยูเครน เช่น ผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดของโลกอย่างอินโดนีเซียได้จำกัดการส่งออกน้ำมันปาล์มชั่วคราว และล่าสุดมาเลเซีย สั่งระงับการส่งออกเนื้อไก่ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นไป หลังมีไม่เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ เรื่องความมั่นคงทางอาหารเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายในที่ประชุม WEF เรียกร้องให้มีการเจรจา หารืออย่างจริงจังและเร่งด่วน เพราะราคาอาหารที่แพงขึ้นจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อประเทศยากจน โดยเฉพาะประเทศในแอฟริกาที่ค่าใช้จ่ายกว่า 40% จะหมดไปกับค่าอาหารค่ะ.

ขอบคุณแหล่งที่มา : thairath.co.th


ติดตามข่าวสารได้ที่ have-a-look.net

economy
เศรษฐกิจ

BAY คาดกรอบบาทสัปดาห์นี้ 35.25-35.70 จับตา

BAY คาดกรอบบาทสัปดาห์นี้ 35.25-35.70 จับตาประธานเฟด-ECB […]

อ่านต่อ ...