“โดฟ” รณรงค์ ไม่ลงโทษนักเรียนโดยใช้กรรไกรตัดผม

new news

“โดฟ” รณรงค์ ไม่ลงโทษนักเรียนโดยใช้กรรไกรตัดผม ระบุมีผลเสียต่อจิตใจ

กระแสสังคมฮือฮา หลังผลิตภัณฑ์ “โดฟ” Dove หยิบประเด็นเชิงสังคมออกแคมเปญรณรงค์ “ยุติการลงโทษตัดผมนักเรียน” ผนึกกำลังผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและพันธมิตรด้านการศึกษาเดินหน้าวางรากฐานให้เด็กไทยสามารถเติบโตขึ้นอย่างมีความเคารพตัวเองและมีความมั่นใจในแบบที่ดีที่สุดของตัวเอง พร้อมเชิญชวนผู้ปกครอง นักเรียน นักการศึกษา ร่วมรณรงค์ผ่านเว็บไซต์ DoveLetHerGrow.com หรือสแกน QR สัญลักษณ์แคมเปญที่ปรากฏอยู่ตามจุดต่างๆทั่วประเทศ เพื่อร่วมแสดงจุดยืนเรื่องนี้

ถือเป็นประเด็นท้าทายสังคมและสะท้อนปัญหา สิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับการริดลอนสิทธิเด็กนักเรียนเรื่องการ “ตัดผม” ภายหลังจากผลิตภัณฑ์ “โดฟ” ได้หยิบเอาประเด็นเชิงสังคมประเด็นนี้ ออกแคมเปญมารณรงค์ “ยุติกฎการลงโทษตัดผมนักเรียน” ทำให้ได้รับ เสียงชื่นชมในสังคมรวมถึงผู้คนในโลกออนไลน์อย่างมาก ถึงการรณรงค์ดังกล่าวที่ทำขึ้นเพื่อวางรากฐานให้เด็กไทย สามารถเติบโตขึ้นอย่างมีความมั่นใจ

ทั้งนี้ หลังจากเมื่อสองปีที่แล้ว ประเทศไทยได้มีการแก้ไขกฎระเบียบทรงผมของนักเรียนและห้ามไม่ให้มีการลงโทษนักเรียนโดยการตัดผม แต่จากผลการสำรวจล่าสุดโดย “โดฟ” ผ่านกลุ่มตัวอย่างของบริษัท ยูโกฟ (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบด้วย นักเรียน ผู้ปกครอง ผู้หญิงและครู พบว่า 74% ของ ผู้ตอบแบบสอบถาม ระบุว่า การบังคับตัดผมยังคงมีอยู่ เพื่อให้นักเรียนอยู่ในระเบียบวินัยของโรงเรียน แท้จริงแล้ว กฎระเบียบเหล่านี้ส่งผลกระทบมากกว่าแค่ผมของนักเรียน ผลสำรวจยังพบว่านักเรียนมัธยม 8 ใน 10 คน สูญเสียความมั่นใจในตนเองจากการถูกลงโทษบังคับตัดผม“โดฟ” รณรงค์ ไม่ลงโทษนักเรียนโดยใช้กรรไกรตัดผม

ขณะเดียวกัน ผลสำรวจของ “โดฟ” ยังพบว่า

เกือบครึ่งของนักเรียนมัธยมปลายที่ถูกลงโทษตัดผม ระบุว่า การกระทำดังกล่าวได้ส่งผลลบต่อการแสดงความคิดเห็นของพวกเขา นักเรียนมัธยมปลายมากกว่า 3 ใน 5 คน เชื่อว่ากฎบังคับเรื่องทรงผมทำให้ พวกเขารู้สึกไม่มั่นใจในรูปร่างของตนเอง หรือรู้สึกว่า รูปลักษณ์ของตนเองดูไม่ดี นอกจากผลสำรวจในกลุ่ม นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายแล้ว ในกลุ่มหญิงสาว (อายุ 19-24 ปี) มี 71% ระบุว่า

กฎระเบียบบังคับทรงผม ส่งผลลบต่อความมั่นใจในตนเองด้วยเช่นกัน ผลสำรวจยังพบอีกว่า ครูกว่า 40% ยังไม่ทราบรายละเอียด การแก้ไขของกฎระเบียบเรื่องทรงผมและผู้ตอบแบบ สำรวจ 3 ใน 5 คน เห็นว่ากฎระเบียบเรื่องการบังคับทรงผมนั้นล้าสมัย โรงเรียนไม่ควรบังคับใช้อีกต่อไป

น.ส.ผกาฉัตร เตชาบูรพานนท์ รองประธานกรรมการบริหารฝ่ายพัฒนาตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ ส่วนบุคคล กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์โดฟ (Dove) กล่าวว่า “โดฟ” มีความเชื่อว่า หากเราสามารถส่งเสริมความมั่นใจให้เกิดขึ้นกับเด็ก พวกเขาจะสามารถเติบโตอย่างมั่นใจ พร้อมอนาคตที่สดใสและโอกาสที่เปิดกว้าง

สำหรับพวกเขา นี่คือสาเหตุที่โดฟมุ่งมั่นที่จะสร้าง อนาคตที่ช่วยให้เด็กๆได้เติบโตขึ้นในแบบที่ดีที่สุดของพวกเขา เรามีความภาคภูมิใจที่จะได้ทำงานร่วมกับ ผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรด้านการศึกษา ในการสร้างการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการริเริ่มกองทุน Growth Fund (เดอะ โกรธ์ ฟันด์) เพื่อสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างอนาคตที่ดีขึ้นให้กับลูกหลานของเรา

โดย “โดฟ” ได้ผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตร อย่างสมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ องค์กรเอกชนไม่แสวงหา ผลกำไร ที่พัฒนาเด็กผู้หญิงและเยาวสตรีให้เป็นพลเมือง ที่เก่ง ดี มีประโยชน์ต่อสังคมมากว่า 60 ปี โดยโดฟ และสมาคมจะร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น กับเด็กนักเรียนทั่วประเทศ

นอกจากนี้ โดฟยังร่วมกับ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา คือ ผศ.พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร กุมารแพทย์เวชศาสตร์วัยรุ่น เจ้าของเพจ “เลี้ยงลูก นอกบ้าน” เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเชิงลึกถึงผลกระทบของ การบังคับใช้กฎระเบียบที่เกินขอบเขต ที่ส่งผลต่อความ มั่นใจของเด็กและการเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต

“การถูกบังคับตัดผม อาจกลายเป็นประสบการณ์ ที่เลวร้าย สร้างความบอบช้ำทางจิตใจให้กับนักเรียนและสามารถส่งผลกระทบในระยะยาวต่อการพัฒนา “ตัวตน” ของเด็กและวัยรุ่น ซึ่งมีความสำคัญต่อการเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุข มีความมั่นใจ มีความ เคารพตัวเอง ถ้าเราต้องการให้เด็กๆของเราเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความมั่นคงทางใจ เราต้องเริ่มให้ความ สำคัญในการเคารพตัวตนและสร้างรากฐานความมั่นใจนี้ ให้กับพวกเขา ตั้งแต่วันนี้” ผศ. พญ.จิราภรณ์ กล่าว

เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเปลี่ยน แปลงให้เกิดขึ้นจริง “โดฟ” ใคร่ขอเชิญชวนผู้ปกครอง นักเรียน นักการศึกษา ร่วมรณรงค์ยุติกฎการลงโทษตัดผมในโรงเรียน ผ่านเว็บไซต์ DoveLetHerGrow. com หรือสแกน QR สัญลักษณ์ของแคมเปญที่ปรากฏอยู่ตามจุดต่างๆทั่วประเทศ ร่วมแสดงจุดยืนนี้ ของคุณเพื่อทุกคนและ “โดฟ” ยังได้ริเริ่มกองทุน The Growth Fund เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง โดยมอบทุนจำนวน 10,000,000 บาท ครอบคลุมระยะเวลา 3 ปี เพื่อสนับสนุน ด้านงานศึกษาวิจัยการให้ความรู้ผ่านผู้เชี่ยวชาญจาก สาขาต่างๆที่เกี่ยวข้อง การทำงานร่วมกับโรงเรียนและ นักการศึกษา เพื่อสร้างความตระหนักถึงผลกระทบของกฎบังคับทรงผมที่เคร่งครัดเหล่านี้ ที่ส่งผลต่อความมั่นใจในตัวเองของเด็กและการนับถือตนเองของคนรุ่นต่อไป ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม คลิกที่ https://www.dovelethergrow.com/พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ #LetHerGrow

ขอบคุณแหล่งที่มา : thairath.co.th


ติดตามข่าวสารได้ที่ have-a-look.net