แอบเบิกก่อนสึก เงิน 6 แสน “กาโตะ” ย่องมาคืน บัญชีของวัด

new news

แอบเบิกก่อนสึก เงิน 6 แสน “กาโตะ” ย่องมาคืน บัญชีของวัดไม่ใช่ของตัวเอง

อดีตพระกาโตะหอบเงินวัด 6 แสนบาทที่เบิกไปเคลียร์สีกา-สื่อเพื่อปิดข่าว คืนให้ตัวแทนวัดต่อหน้าเจ้าคณะตำบลและเจ้าคณะอำเภอลงชื่อเป็นพยาน ผบก.ปปป.เผยสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว หากนำเงินวัดไปจ่ายปิดข่าวเป็นความผิด ม.147

ประมวลกฎหมายอาญา ต้องถูกดำเนินคดี ขณะที่ทนายความย้ำถึงจะคืนเงิน แต่เป็นความผิดสำเร็จ ยอมความไม่ได้ โทษถึงจำคุก 5-20 ปี “ศรีสุวรรณ จรรยา” เผยร้องเรียน กมธ.ศาสนาฯ เป็นเจ้าภาพแก้กฎหมายเอาผิดอาญาพระ-สีกาเสพเมถุน รวมถึงเรื่องการจัดการทรัพย์สินพระป้องกันอลัชชีแฝงตัวบวชหาเงิน

“โป๊ะแตก” รอบสองอดีตพระนักเทศน์ชื่อดัง “พระกาโตะ” หรือนายพงศกร จันทร์แก้ว หรือแรมโบ้ อายุ 23 ปี

อดีตรักษาการเจ้าอาวาสวัดเพ็ญญาติ อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช มีสัมพันธ์ฉาวสีกาใบตอง วัย 37 ปี เคยปฏิเสธเสียงแข็งไม่ใช่คนในคลิปเสียงฉาว ก่อนจะยอมรับกลางรายการ “โหนกระแส” มีสัมพันธ์กับสีกาใบตอง 2 ครั้ง รวมทั้งเรื่องเงินที่จ่ายให้สีกาและสื่อเพื่อปิดข่าว ที่อ้างเป็นเงินส่วนตัวไม่ใช่เงินวัด แต่ในที่สุดความแตกกลายเป็นเงินวัดโดยเบิกไปก่อนลาสึกไม่กี่วัน ทำให้เรื่องผิดวินัยสงฆ์เข้าขั้น “ปาราชิก” กลายเป็นคดีอาญาทันที

ความคืบหน้าตอนสายวันที่ 4 พ.ค. ที่วัดเพ็ญญาติ จ.นครศรีธรรมราช หลังจากเฟซบุ๊กสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว โพสต์ข้อความ “โกหกออกสื่อครั้ง 2 คราวนี้เป็น “คดี” ครับ…ด่วน! “อดีตพระกาโตะ” พงศกร จันทร์แก้ว ยอมรับ เบิกเงินสดวัดไป 6 แสน ในฐานะรักษาการเจ้าอาวาส โดยช่างเป็นคนไปเบิกเงิน เพื่อนำไปให้ “คนกลาง” (จ่ายสีกาตองและสื่อ) ยืนยันกับ “หนุ่ม กรรชัย” ว่า วันนี้จะนำเงินจากญาติ ไปคืนวัด” มีคณะกรรมการวัดบางคน และผู้สื่อข่าวจำนวนมากมารอทำข่าว แต่ไม่พบอดีตพระฉาวแม้แต่เงา

นายวสันติ จงรวย กรรมการวัด เปิดเผยว่า การเบิกเงินวัดแต่ละครั้งจะต้องมีกรรมการที่มีอำนาจเซ็นชื่อ คือตน พระกาโตะ กรรมการวัดอีกท่านหนึ่ง ต้องเซ็น 2 ใน 3 คน ก่อนสึก 2-3 วัน อดีตพระกาโตะ อ้างว่า จะเบิกเงิน 6 แสนบาท จ่ายค่าก่อสร้างเสนาสนะในวัด ตนกับอดีตพระกาโตะร่วมกันเซ็นเบิกเงินจำนวนดังกล่าวจากธนาคาร แต่จากการติดตามข่าวว่ามีการจ่ายเงินให้สาวตอง 3 แสน

และจ่ายนักข่าว 3 แสนบาท ผ่านทางพระผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ทำให้มั่นใจว่าเงิน 6 แสนบาทที่เคลียร์เรื่องคือเงินที่ไปเบิกมาจากธนาคาร ที่อดีตพระกาโตะอ้างเป็นเงินส่วนตัวไม่เป็นความจริง ตนเซ็นเบิกเงินด้วยเท่ากับร่วมสร้างบาปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เกรงจะมีความผิดด้วย ต้องออกมาเปิดเผยความจริง อยากให้อดีตพระกาโตะนำเงินมาคืน และตนอาจเข้าแจ้งความเร็วๆนี้

บ่ายวันเดียวกัน มีการเผยแพร่เอกสารการคืนเงินที่อดีตพระกาโตะเบิกเงินวัดไป 6 แสนบาท ที่วัดมังคลาราม

นายบำรุง ยอดมณี นายก อบต.กะเปียด รับมอบเงินเพื่อนำไปฝากธนาคารบัญชีวัดเพ็ญญาติ ในวันที่ 5 พ.ค. นายวสันติ จงรวย ที่ร่วมเซ็นเบิกเงินกับอดีตพระกาโตะ และนายโชคดี นุมาศ ลงชื่อรับทราบ พระครูอรรถธรรมโกวิท เจ้าคณะอำเภอฉวาง วัดวังม่วง พระบุญการ โกศล เจ้าคณะตำบลพิปูน วัดมังคลาราม นายบำรุง ยอดมณี นายก อบต.กะเปียด นายกิตติ หนูเนตร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 และนายจิรรัชญ์ เกษมเพชร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 เป็นพยาน

นายบำรุง ยอดมณี นายก อบต.กะเปียด กล่าวถึงเอกสารการส่งมอบเงินดังกล่าวว่า อดีตพระกาโตะนำเงินมาคืนครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว อดีตพระกาโตะโทรศัพท์มาตามตนช่วงบ่ายสองโมง ให้มาเป็นพยานการคืนเงิน 6 แสนบาท มีพระ 3 รูป กรรมการวัด และผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งอดีตพระกาโตะลงชื่อไว้เป็นหลักฐานรวม 9 คน และตนยังเป็นผู้รับมอบหมายให้นำเงินไปเข้าบัญชีวัดในวันที่ 5 พ.ค.

นายธนาชัย เกตุโรจน์ ประธานชมรมทนายความเมืองคอน กล่าวว่า ถึงจะมีการคืนเงินที่เบิกไป 600,000 บาทแล้ว แต่ถือว่าการกระทำผิดสำเร็จ แต่ในทางกฎหมายถือว่าเป็นการกระทำความผิดสำเร็จแล้วการเอาไปใช้ส่วนตัวอาจจะโดนข้อหายักยอกทรัพย์ของวัด โทษจำคุก 3 ปี แต่ถ้าเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการรักษาทรัพย์และยักยอกทรัพย์มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึง 400,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ยอมความไม่ได้

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. กล่าวถึงเรื่องอดีตพระกาโตะเบิกเงินวัดจ่ายปิดคดีฉาวว่า ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ รอง ผบก.ปปป. พ.ต.อ.สมศักดิ์ เนียมเล็ก ผกก.5 บก.ปปป. ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีการเบิกถอนเงินของวัดอย่างละเอียด หากผลการสืบสวนสอบสวน ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าอดีตพระกาโตะ ขณะนั้นอยู่ในฐานะรักษาการเจ้าวาสของวัด เบิกเงินวัด 6 แสนบาทไปจ่ายให้คนกลางเพื่อปกปิดข่าวของตน

ถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสียจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

นายสิปป์บวร แก้วงาม ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยกรณีนายพงศกร จันทร์แก้ว หรืออดีตพระกาโตะ เบิกเงินวัดเพ็ญญาติ (ธรรมยุต) ต.กะเปียด อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช จำนวน 6 แสน ในฐานะรักษาการเจ้าอาวาสเอาไปให้สีกาตองและสื่อ จากที่ตอนแรกบอกเป็นเงินส่วนตัว ว่า ขณะนี้พระครูสิริธรรมาภิรัต เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช (ธรรมยุต) และคณะกรรมการวัดเพ็ญญาติ กำลังดำเนินการตรวจสอบ พศ.ไม่สามารถพูดหรือออกความเห็นได้เพราะถ้าพูดออกไปเกรงจะเสียรูปคดีได้แอบเบิกก่อนสึก เงิน 6 แสน “กาโตะ” ย่องมาคืน บัญชีของวัด

ขณะที่พระธรรมกิตติเมธี (เกษม สญฺญโต) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 16-17-18 (ธ) ประธานศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การที่นำเอาเงินวัดไปใช้ส่วนตัว ก็อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

ประโยชน์ที่มิควรได้ กรรมการวัดเพ็ญญาติต้องฟ้องร้องเพื่อนำทรัพย์สินกลับมาคืน ถ้าอดีตพระกาโตะนำเงินมาคืนก็ถือว่าจบกันไป เรื่องที่เกิดขึ้นถือว่าเสื่อมเสียต่อคณะสงฆ์ธรรมยุตมาก เท่าที่ทราบต้นเรื่องมาจากอดีตพระกาโตะก่อเรื่องฉาวโฉ่กับสีกาแล้วต้องการปิดข่าวจึงนำเงิน 3 แสนบาท ไปให้พระสงฆ์ฝ่ายมหานิกายในจังหวัดนครศรีธรรมราช 2 รูปช่วยเคลียร์กับนักข่าวแต่ไม่สำเร็จ ส่วนตัวอดีตพระกาโตะถือว่าจบชีวิตทางสงฆ์แล้ว สึกแล้วก็จบโทษทางวินัยสงฆ์ตามไปเอาผิดหรือทำอะไรไม่ได้แล้ว

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า สมาคมได้ส่งหนังสือร้องเรียนไปยังคณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา เป็นเจ้าภาพแก้ไขกฎหมายเอาผิดพระและสีกาที่เสพเมถุน กระทำผิดพระธรรมวินัยขั้นปาราชิกให้มีโทษทางอาญา สืบเนื่องจากกรณีสมีกาโตะและสีกาออกมายอมรับ ร่วมกันเสพเมถุนในรถบนสันเขื่อน แต่ทางโลกกลับไม่มีกฎหมายใดเอาผิดได้ แม้ทำให้ศาสนาเสื่อมเสียหนัก ผิดกับประเทศลาวมีกฎหมายลงโทษผู้ทำการดังกล่าวทางอาญา มีโทษจำคุก 3 ปี แต่ประเทศไทยไม่มีกฎหมายกรณีนี้

นายศรีสุวรรณกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องทรัพย์สินเงินทองที่ได้มาขณะเป็นพระภิกษุ ประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1623 ระบุเพียงว่าทรัพย์สินพระภิกษุที่ได้มาระหว่างเวลาอยู่ในสมณเพศนั้น เมื่อมรณภาพให้ตกเป็นสมบัติของวัดที่เป็นภูมิลำเนา เว้นแต่พระภิกษุจะจำหน่ายไประหว่างมีชีวิตหรือโดยพินัยกรรม แต่ไม่ได้ป้องกันมิให้อลัชชีแอบมาบวชเป็นพระหากิน นำไปปรนเปรอสีกา แอบโอนให้กันเป็นหมื่นเป็นแสน

หรือนำไปให้ญาติซื้อที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติได้ หรือพระบางรูปเมื่อลาสิกขาแล้วยังขนทรัพย์สินเงินทองติดตามตัวไปด้วย โดยกฎหมายทำอะไรไม่ได้ ดังนั้น เพื่อคุ้มครองพุทธศาสนาให้มีมาตรการและกลไกป้องกันการ บ่อนทำลายพุทธศาสนา สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยขอให้คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ใช้วิกฤติเป็นโอกาส เป็นต้นเรื่องแก้ไขกฎหมายเพื่อยับยั้งและป้องปรามผู้ที่กระทำการดังกล่าว

ที่เขื่อนอ่างเก็บน้ำกะทูน อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช หลังจากอดีตพระฉาวยอมรับมีสัมพันธ์กับสีกาตองในรถเก๋งบนสันเขื่อนอ่างเก็บน้ำกะทูน จนเป็นกระแส “สันเขื่อนกาโตะ” ในโลกโซเชียลอย่างกว้างขวาง ทำให้ประชาชนแห่ไปเที่ยวชมวิว และถ่ายเซลฟี่บนสันเขื่อนอย่างคึกคัก ร้านอาหารและที่พักบริเวณสันเขื่อนมีนักท่องเที่ยวแห่ไปใช้บริการจนแน่นทุกร้าน นางเรวดี ลู เจ้าของร้านอาหารอิ่มละไม เปิดเผยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า หลังเจอวิกฤติโควิดลูกค้าและนักท่องเที่ยวหายไปทำให้ประสบภาวะวิกฤติ แต่กระแสสันเขื่อนของอดีตพระกาโตะทำให้ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวต่างแห่หลั่งไหลเข้ามาเที่ยวชมบรรยากาศสันเขื่อนอ่างเก็บน้ำกะทูนอย่างคึกคักตลอดทั้งวัน ร้านค้าร้านอาหารบริเวณอ่างเก็บน้ำกะทูนแน่นทุกร้าน ที่พักเต็มหมดทุกแห่ง โดยเฉพาะช่วงเย็นเพราะสันเขื่อนแห่งนี้ได้รับฉายา “สวิตเซอร์แลนด์แดนใต้” เป็นแหล่งน้ำที่สะอาดที่สุดในประเทศไทย เป็นต้นน้ำตาปี มีจุดชมวิวที่สวยงามมองได้รอบ 360 องศา

ขอบคุณแหล่งที่มา : thairath.co.th


ติดตามข่าวสารได้ที่ have-a-look.net