ยกระดับตลาดทุนอนาคต “ประสาร” ชี้ 5 ประเด็นขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

economy

ยกระดับตลาดทุนอนาคต “ประสาร” ชี้ 5 ประเด็นขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

“ประสาร” ชี้ 5 เรื่องสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจและตลาดทุนทั้งระยะสั้นและระยะยาวในงานสัมมนาตลาดหลักทรัพย์สู่ปีที่ 48 ขณะที่ “ภากร” ชูโจทย์ 4 ข้อมุ่งการลงทุนแบบไร้พรมแดน หนุนสตาร์ตอัพ ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และมุ่งส่งเสริมความยั่งยืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 เม.ย.65 มีงานสัมมนา “SET ก้าวสู่ปีที่ 48 ขับเคลื่อนตลาดทุนแห่งอนาคต-Make it Work for Future” เนื่องในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 48 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “บทบาทตลาดเงิน ตลาดทุน สู่จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย-Towards the Future of Thai Economy”

โดยกล่าวถึงโอกาสและความท้าทายของตลาดทุนไทยว่า ปัจจุบันมี 5 เรื่องสำคัญที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจและตลาดทุนทั้งระยะสั้นและระยะยาวคือ

1.พัฒนาการด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ครอบคลุมทั้งการเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ปัญหาสังคม หรือความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เช่น ความตึงเครียดด้านการค้าของสหรัฐฯ-จีน หรือปมยูเครน-รัสเซีย ที่กระจายความเสี่ยงไปได้ทั่วโลกและทวีความรุนแรงมากขึ้น และมีผลเชื่อมโยงต่อตลาดทุนโลกและตลาดทุนไทยทั้งทางตรงและทางอ้อมหลายด้าน

2.ความท้าทายจากสถานการณ์โควิด ที่เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวจากโควิด-19 แล้ว แต่เป็นการฟื้นตัวแบบ K-shape คือมีกลุ่มที่ฟื้นตัวได้เร็ว ซึ่งเป็น K ขาบน เช่น การส่งออก แต่ยังมีบางธุรกิจต้องใช้เวลาฟื้นตัวเป็น K ขาล่าง เช่น ภาคบริการและท่องเที่ยวที่ยังต้องอาศัยแรงสนับสนุนจากภาครัฐ

3.การปรับตัวและกระบวนการดิจิทัลไลเซชัน หลายองค์กรปรับตัวนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน

4.พัฒนาการด้านสินทรัพย์ดิจิทัลที่เข้ามามีบทบาทในภาคการเงิน โดยเฉพาะเทคโนโลยีบล็อกเชน ที่ถูกนำมาใช้ในภาคการเงินอย่างกว้างขวาง จึงต้องมีการพัฒนาการกำกับดูแลให้มีความสมดุลระหว่างความเสี่ยงและโอกาสในการพัฒนานวัตกรรม และ

5.ความยั่งยืนกับการพัฒนาตลาดทุนยกระดับตลาดทุนอนาคต “ประสาร” ชี้ 5 ประเด็นขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ด้านนายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ

กล่าวว่า โจทย์ใหญ่ 4 ด้านที่เป็นโจทย์สำคัญกับการพัฒนาตลาดทุนไทยในอนาคต ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายและโอกาส โจทย์ข้อแรก “การลงทุนแบบไร้พรมแดน” โจทย์ข้อที่ 2 การเติบโตของธุรกิจนวัตกรรม โดยตลาดหลักทรัพย์ฯได้สนับสนุนการเข้าถึงตลาดทุนไทยของเอสเอ็มอีและสตาร์ตอัพผ่าน LIVE Platform ด้วยความร่วมมือกับทั้งภาครัฐ เอกชน เตรียมความพร้อมธุรกิจเหล่านี้ และบริษัทที่มีศักย ภาพในการเติบโต ให้สามารถเข้าระดมทุนได้ใน LIVE Exchange รวมถึงการออกกฎระเบียบให้กับภาคธุรกิจ New S-Curve และธุรกิจเทคโนโลยีให้เข้ามาระดมทุนได้ง่ายขึ้นด้วย

โจทย์ข้อที่ 3 กระบวนการบริการแบบดิจิทัล และการเติบโตของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล อนาคตโปรแกรมสตรีมมิงของตลาดหลักทรัพย์จะเป็นซุปเปอร์แอปในรูปแบบ One Stop Service ที่นักลงทุนสามารถลงทุนได้ทั้งสินทรัพย์ดิจิทัล ร่วมกับหุ้นหรือสินทรัพย์ดั้งเดิม รวมถึงลงทุนในหุ้นต่างประเทศได้ผ่าน Fractional DR ด้วยเงินบาท

โจทย์ข้อที่ 4 การลงทุนยั่งยืน ตลาดหลักทรัพย์ฯ มองว่า การส่งเสริมธรรมาภิบาลเป็นเรื่องสำคัญได้ มีการจัดตั้งสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) และ CG Center ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพัฒนาต่อยอดมาจนถึง CSR, ESG และการทำธุรกิจยั่งยืนในปัจจุบัน โดยผลที่ได้รับดีมาก ทำให้บริษัทจดทะเบียนไทยได้รับการยกย่องในด้านความยั่งยืนทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ที่สำคัญ เรากำลังพัฒนาการต่อเชื่อมข้อมูล ESG ของบริษัทจดทะเบียน นำมาสร้างเป็นฐานข้อมูล ผ่าน “ESG Data Platform” และส่งต่อให้กับผู้ต้องการใช้อย่างสะดวก มีมาตรฐาน มีความเหมาะสมกับธุรกิจ รวมถึงส่งเสริมให้นักวิเคราะห์สนใจวิเคราะห์ข้อมูล ESG มากขึ้น มีผลิตภัณฑ์ ESG ให้กับนักลงทุน เช่น กองทุนรวม และดัชนีเหล่านี้คือกระบวนการในการสนับสนุนให้การทำธุรกิจอย่างยั่งยืนมีความหมายและได้ผลอย่างแท้จริง

ขอบคุณแหล่งที่มา : thairath.co.th


ติดตามข่าวสารได้ที่ have-a-look.net

economy
เศรษฐกิจ

BAY คาดกรอบบาทสัปดาห์นี้ 35.25-35.70 จับตา

BAY คาดกรอบบาทสัปดาห์นี้ 35.25-35.70 จับตาประธานเฟด-ECB […]

อ่านต่อ ...