CPN เผยทราฟฟิกทัวร์ริสต์มอลล์พุ่ง 30% มั่นใจเลิก Test&Go

travel

CPN เผยทราฟฟิกทัวร์ริสต์มอลล์พุ่ง 30% มั่นใจเลิก Test&Go ยอดรีบาวน์แน่

CPN เผยทราฟฟิกทัวร์ริสต์มอลล์พุ่ง 30% หลังเห็นสัญญาณบวกจากช่วงเทศกาลท่องเที่ยวของไทย มั่นใจรัฐเลิก Test&Go ยอดรีบาวน์แน่

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 65 ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN กล่าวว่า ตัวเลขจาก ททท. แสดงให้เห็นว่าเป็นผลจากการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยในช่วงไตรมาส 1/65 (ม.ค.-มี.ค.) ขยายตัวสูงขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 64

โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งสิ้น 444,039 คน ขยายตัว 2,101% และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว 34,173 ล้านบาท ขยายตัว 1,424% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/64 ทั้งนี้ส่งผลให้ทราฟฟิกศูนย์การค้าพุ่งขึ้น 30% โดยเฉพาะในกลุ่มศูนย์การค้าที่เน้นนักท่องเที่ยว หรือ ทัวร์ริสต์มอลล์ ทั้งกรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย เชียงใหม่ และพัทยา เป็นต้น

สำหรับตลาดในประเทศเติบโตอานิสงส์จากเทศกาลสงกรานต์ และเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว ทั้งเมืองหลักอย่างเมืองชายทะเล ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้นเป็นพิเศษ และนักท่องเที่ยวไทยเป็นจำนวนมาก

ส่วนเมืองรอง มักเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยในประเทศที่เน้นการเดินทางที่ประหยัดค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายต่ำกว่า และเน้นเดินทางระยะใกล้มากขึ้น เพื่อประหยัดค่าน้ำมัน แสดงให้เห็นว่าภาพรวมทราฟฟิกศูนย์การค้าของกลุ่มลูกค้าในประเทศกลับมาเป็นปกติแล้วอยู่ที่ 80% หรือมากกว่า 100% เมื่อเทียบกับก่อนโควิด

ตลาดต่างประเทศ เราพบว่ายอด footfall อินบาวด์ทัวร์ริสต์thairath.co.th

เริ่มทยอยกลับเข้ามาช็อปปิ้งในศูนย์การค้ามากขึ้น สูงขึ้นถึง 30% โดยเฉพาะในกลุ่มศูนย์การค้าที่เน้นนักท่องเที่ยว หรือ ทัวร์ริสต์มอลล์ โดยนักท่องเที่ยว Top 3 ที่กลับมาในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ได้แก่ 1.รัสเซีย 2.เยอรมนี และ 3.สหราชอาณาจักร เชื่อว่าภาพรวมการท่องเที่ยวจะค่อยๆ กลับมายังฟื้นตัวได้ดี

โดยเริ่มมีสัญญาณที่ดีจากภาครัฐในการผ่อนปรน เริ่มวันที่ 1 พ.ค. 65 ให้นักท่องเที่ยวเข้าไทยได้โดยไม่ต้องทำการตรวจ RT-PCR ก่อนเข้าประเทศ หากรัฐบาลเริ่มทยอยปลดล็อกมาตรการกักตัวต่างๆ เพิ่มขึ้นในช่วงกลางปี จะทำให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านและเมืองท่องเที่ยวระดับโลกได้ เพราะเมืองไทยมีต้นทุนค่าท่องเที่ยวและค่าครองชีพ ยังถือว่าอยู่ระดับที่คุ้มค่าอย่างยิ่งต่อการเดินทาง และมีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งกว่าประเทศอื่นๆ

ล่าสุดหลายประเทศในอาเชียน อาทิ เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย อินโดนีเซีย (เกาะบาหลี) และสิงคโปร์ ได้เริ่มทยอยปลดล็อกเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัวแล้ว เชื่อว่าการเปิดประเทศในช่วงกลางปีจะทำให้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทยกลับมาพลิกฟื้นอีกครั้ง ทั้งนี้ตัวเลขจาก ททท. คาดการณ์ว่าปี 2565 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยกว่า 7 ล้านคน โดยสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 30% ของรายได้รวมปี 62

ดร.ณัฐกิตติ์ กล่าวว่า เซ็นทรัลพัฒนาเตรียมใช้ 5 กลยุทธ์เพื่อส่งเสริมการตลาดดังนี้ 1.ลงทุนต่อเนื่อง เพื่อต่อจิ๊กซอว์การท่องเที่ยวไทยให้ครบครันด้วยช็อปปิ้ง เดสติเนชั่น 2.อัดโปรโมชันการร่วมมือกับสถาบันการเงินต่างๆ 3.ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานต่างประเทศในการจัดทำ Fam Trip รวมถึง Co-Promotion ต่างๆ 4.การร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์ KLOOK ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมใช้ในการหาดีลพิเศษต่างๆ และ 5.ร่วมมือกับร้านค้าในศูนย์การค้าฯ พันธมิตรโรงแรม และสายการบินชั้นนำ

“เราเชื่อว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามา ถือเป็นนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพที่จะเป็นหนึ่งในกลุ่มลูกค้าสำคัญที่จะสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยและทุกภาคส่วนได้เป็นอย่างดี หากภาครัฐเร่งปลดล็อกการท่องเที่ยวในเดือนมิถุนายนนี้จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าได้อย่างแน่นอน”.

ขอบคุณแหล่งที่มา : thairath.co.th


ติดตามข่าวสารได้ที่ have-a-look.net

economy
เศรษฐกิจ

BAY คาดกรอบบาทสัปดาห์นี้ 35.25-35.70 จับตา

BAY คาดกรอบบาทสัปดาห์นี้ 35.25-35.70 จับตาประธานเฟด-ECB […]

อ่านต่อ ...