ผลชันสูตรหนุ่มนิสิตปี 1 ถูกไฟคลอกดับคาหอพัก ขาดอากาศหายใจ

fire

ผลชันสูตรหนุ่มนิสิตปี 1 ถูกไฟคลอกดับคาหอพัก ขาดอากาศหายใจ ไม่พบถูกทำร้าย

คืบหน้าไฟไหม้ห้องพัก 2 ห้อง บนหอพักข้าง ม.นเรศวร ไฟคลอกหนุ่มนิสิตปี 1 ดับ ล่าสุดผลชันสูตรไม่พบการถูกทำร้าย ตายเพราะขาดอากาศหายใจ ด้านญาติติดใจการตาย จากนี้ให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย

กรณีเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 19 เม.ย. 2565

ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ห้องพักบริเวณชั้น 4 ของหอพักโฮมมี่ เลขที่ 177/24-25 หมู่ 7 ต.ท่าโพธิ์ อยู่ข้างประตู 1 มหาวิทยาลัยนเรศวร พิษณุโลก จึงประสานของรถดับเพลิงจาก อบต.ท่าโพธิ์ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพมงคลธรรมไปช่วยดับไฟ พบเพลิงกำลังลุกไหม้อยู่ในห้องพักเลขที่ 401 และ 402 เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันฉีดน้ำดับไฟจนเพลิงสงบ

โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที และพบร่างชายถูกไฟคลอกนอนหงายเสียชีวิตอยู่ภายในห้องพักเลขที่ 402 ติดกับประตูทางเข้าจำนวน 1 ราย ตำรวจจึงประสานแพทย์เวร รพ.พุทธชินราช ร่วมชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเปิดเผยว่า ห้องพักเลขที่ 401 ถูกเปิดทิ้งไว้ ส่วนประตูห้องพักเลขที่ 402 ล็อกไว้ต้องพังเข้าไป

 ผลชันสูตรหนุ่มนิสิตปี 1 ถูกไฟคลอกดับคาหอพัก ขาดอากาศหายใจ

ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายชนินทร์ ศรีสอาด อายุ 19 ปี นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า ซึ่งได้รับพระราชทานทุนการศึกษาสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มูลนิธิสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพื่อการศึกษา

สำหรับเด็กและเยาวชนจังหวัดพิษณุโลก ประจำปีการศึกษา 2564 เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2564 สภาพศพไม่สวมเสื้อ ใส่กางเกงขาสั้น มีบาดแผลถูกไฟคลอกตามร่างกายประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ภายในห้องพักเลขที่ 402 มีไฟไหม้ทรัพย์สินอุปกรณ์การเรียนและเสื้อผ้าที่อยู่ในตู้เสื้อผ้า

และในห้องน้ำมีปลั๊กไฟและสายรัดไนลอนสำหรับเก็บสายไฟตกเกลื่อนพื้นจำนวนมาก แต่ที่นอนภายในห้องไม่ไหม้ ส่วนภายในห้องพักเลขที่ 401 มีไฟไหม้บริเวณเตียงนอนทั้งหมด โดยมีพัดลมเสียบปลั๊กไฟไว้ 1 ตัว หม้อแปลงหน้าห้องพักไฟไหม้เสียหายทั้งหมด

เบื้องต้นตำรวจคาดหม้อแปลงไฟฟ้าอาจเกิดเหตุเพลิงไหม้จนควันคละคลุ้งกระจายไปทั่ว กว่าที่นายชนินทร์จะรู้ตัวแล้วพยายามจะออกจากห้องพักแต่ไม่ทันการณ์เกิดหมดสติไปก่อน เลยถูกไฟคลอกเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้นตำรวจให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพผู้เสียชีวิต

ส่งให้แพทย์ชันสูตรโดยละเอียดอีกครั้งที่นิติเวช รพ.พุทธชินราช พิษณุโลก และขณะที่ตรวจที่เกิดเหตุแพทย์ระบุว่า ได้กลิ่นน้ำมันภายในห้อง แต่ตรวจสอบแล้วไม่พบภาชนะที่ใส่น้ำมัน พนักงานสอบสวนจึงจะได้ประสานตำรวจกลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 มาตรวจที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุการเพลิงไหม้ในครั้งนี้ เพื่อจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ก่อนมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

ล่าสุด พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก เปิดเผยว่า ผลการผ่าชันสูตรศพของแพทย์ระบุว่า ไม่พบร่องรอยหรือบาดแผลของการถูกทำร้ายแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตนั้นเกิดจากการสำลักควันไฟเข้าไป ขณะนอนหลับในปริมาณที่มากจนขาดอากาศหายใจล้มลงเสียชีวิตอยู่บริเวณจุดที่พบศพ แล้วถูกไฟลุกลามไหม้ร่างกายบางส่วน ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้อยู่ระหว่างตรวจสอบที่มาของต้นเพลิงว่ามาจากห้องใดกันแน่ เบื้องต้นตำรวจกลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 ได้เข้าตรวจสอบเพื่อหาหลักฐานและหาสาเหตุที่แท้จริงของเพลิงไหม้ในครั้งนี้อย่างละเอียดแล้ว


ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก กล่าวต่อว่า เบื้องต้นพบขวดน้ำเปล่ามีกลิ่นน้ำมันสภาพถูกไฟไหม้อยู่บริเวณโต๊ะคอมพิวเตอร์ของผู้เสียชีวิต ใกล้กับม่านหน้าต่าง หากเกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรแล้วไหม้ไปตามม่านหน้าต่างก็จะถึงขวดใส่น้ำมันที่คาดมีไว้เพื่อล้างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่องมือช่างได้ และส่งผลให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วจนเกิดควันไฟคละคลุ้งไปทั่วห้องขณะที่ผู้เสียชีวิตนอนหลับอยู่ เมื่อไฟลุกลามภายในห้องด้วยความร้อนจึงส่งผลให้ห้องข้างเคียงเกิดไฟไหม้ตามไปด้วย

ขณะที่ น.ส.อนงค์ลักษณ์ สุมทรัพย์ ผู้ดูแลหอพัก ยืนยันว่า น่าจะไม่ใช่การฆาตกรรมอำพรางอย่างแน่นอน เพราะหอพักแห่งนี้มีการดูแลรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี มีกล้องวงจรปิด และมีกุญแจคีย์การ์ดเข้าออกประตูโดยเฉพาะผู้พักอาศัยในหอเท่านั้น ซึ่งบุคคลภายนอกไม่น่าเข้าไปเองได้ ส่วนผู้เสียชีวิตนั้นก็ไม่เคยไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใครมาก่อน เป็นเด็กเรียนดี มีนิสัยสุภาพเรียบร้อย แต่ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ส่วนช่วงนี้อยู่ระหว่างปิดภาคเรียน จึงมีเพียงผู้เสียชีวิตพักอยู่ในหอพักเพียงคนเดียว นิสิตที่เช่าอยู่ชั้น 2 ก็เพิ่งกลับบ้านไปเพื่อตอนกลางวันเมื่อวานนี้ คาดว่าผู้เสียชีวิตอาจจะทำรายงานของอาจารย์ที่ยังคั่งค้างอยู่จึงยังไม่ได้กลับบ้าน นอกจากนี้ผู้เสียชีวิตยังหารายได้พิเศษโดยรับจ้างช่วยเพื่อนทำรายงานอีกด้วย

ทางด้าน นายจิตร ทองเกิด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ต.ท่าตาล อ.บางกระทุ่ม น้าของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า พอรู้ว่าหลานชายถูกไฟคลอกเสียชีวิตคาหอพักก็รู้สึกตกใจมากๆ ยังทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะปกติแล้วช่วงเวลาปิดเทอมหลานชายจะกลับไปอยู่บ้านกับป้า คือ นางจันทนา ศรีสะอาด ที่ อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก เพราะพ่อแม่แยกทางกัน แต่หลานชายเป็นคนตั้งใจเรียนมากๆ เรียนดีมาตลอด เป็นประธานนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษา และระดับชั้นมัธยมศึกษา จนสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยนเรศวร และยังได้ทุนของมูลนิธิสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจนเรียนจบปริญญาตรีอีกด้วย อนาคตยังอีกยาวไกลไม่น่ามาจบชีวิตเร็วเกินไปเช่นนี้

“ตอนแรกก็ยังเคลือบแคลงสงสัยเกี่ยวกับสาเหตุการตายของหลาน เพราะขึ้นไปสำรวจบนห้องที่เกิดเหตุก็ได้กลิ่นคล้ายน้ำมัน และยังพบสายเคเบิลตกอยู่ในห้อง ทั้งนี้ก็ให้ว่าไปตามหลักฐานและผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ส่วนศพของหลานชายนั้นจะนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมที่วัดบ้านทุ่งน้อย หมู่ที่ 8 ต.ท่าตาล อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก เป็นเวลา 3 คืน ก่อนจะมีพิธีฌาปนกิจตามประเพณีทางศาสนาต่อไป” น้าของผู้เสียชีวิต กล่าว.

ขอบคุณแหล่งที่มา : thairath.co.th


ติดตามข่าวสารได้ที่ have-a-look.net