นายกฯห่วงคนไทยไม่มีเงินใช้ กลับลำไม่ลอยแพ จัดคนละครึ่งเฟส5

half-person, phase 5

นายกฯห่วงคนไทยไม่มีเงินใช้ กลับลำไม่ลอยแพดีเซล-จัดคนละครึ่งเฟส5

นายกฯห่วงประชาชนมีรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย สั่งออกมาตรการช่วยเหลือ เร่งคนละครึ่ง เฟส 5 อยู่ ด้าน “สุพัฒนพงษ์” เผยเดือน พ.ค.อาจช่วยอุดหนุนดีเซลในส่วนที่เกินลิตรละ 30 บาท มากกว่าที่ประกาศไว้ 50% ขณะที่ ครม.ปรับมาตรการลดค่าเอฟทีให้บ้านอยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก และขยายการช่วยเหลือค่าน้ำมันมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ให้ครอบคลุมทั้งกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า เป็นห่วงการใช้จ่ายเงินของประชาชน เพราะวันนี้รายได้ลดลง แต่ราคาสินค้าบริโภค และพลังงานสูงขึ้น ทำให้รายได้ที่ได้แต่ละเดือนไม่เพียงพอ เพราะสินค้าเหล่านี้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตประจำวันเกือบถึง 50% หรืออาจจะมากกว่า เพราะฉะนั้นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วย มีเงินน้อย ก็ต้องเลือกใช้ เลือกกิน ให้เหมาะสมกับสถานะ

วันนี้ได้สั่งการให้มีมาตรการต่างๆทยอยออกมาเรื่อยๆ แต่รัฐบาลก็จำเป็นต้องหาแหล่งรายได้เพิ่มเติมให้ได้ ส่วนจะมีการกู้เงินเพิ่มหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ถ้าจำเป็นก็หารือกัน อย่างที่บอกแล้วว่าการจะทำให้อยู่รอด ปลอดภัย เพียงพอ ยั่งยืน จะต้องใช้เงินอย่างไร และมีเงินอยู่เท่าไหร่ จำเป็นต้องหาเงินเพิ่มไหม ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนหารืออยู่ ก็อย่าให้เป็นประเด็นก็แล้วกัน เพราะถ้าไม่ต้องดูแลในช่วงโควิด ไม่เกิดปัญหาตรงนี้ เชื่อว่าประเทศ ไทยจะดีกว่านี้ แต่เพราะสถานการณ์ภายนอกที่บังคับไม่ได้ อยู่นอกการควบคุม ก็ต้องบริหารให้ดีที่สุด”

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า สำหรับโครงการคนละครึ่งเฟส 5

จะมีหรือไม่นั้น ได้ให้แนวทางไปแล้ว พูดถึงผลดีก็มีเยอะ เพราะทำให้เกิดเงินหมุนเวียนอีกหลายเท่า แต่ปัญหาอยู่ที่ใช้เงินเยอะ แล้วจะเอางบมาจากไหน ซึ่งสถานการณ์โควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมายังมีความเสี่ยงหลายอย่าง และมาเจอสงครามอีก ทุกรัฐบาลไม่เคยเจอสถานการณ์นี้มาก่อน ขอความร่วมมือประชาชนให้เข้าใจด้วย ถ้ามัวแต่โจมตีกันไปมา จะทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง

นายกฯห่วงคนไทยไม่มีเงินใช้ กลับลำไม่ลอยแพ จัดคนละครึ่งเฟส5

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาล ได้ออก 10 มาตรการช่วยเหลือประชาชนไปในช่วงก่อนหน้านั้น ถ้าหากมีความจำเป็นจากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป รัฐบาลก็พร้อมที่จะออกมาตรการเพิ่มเติม

ส่วนที่ประกาศว่าจะตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ลิตรละ 30 บาท จนถึงวันที่ 30 เม.ย.นี้ จากนั้นวันที่ 1 พ.ค.2565 กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะช่วยเหลือราคาน้ำมันในส่วนที่เกินกว่าลิตรละ 30 บาท ในอัตรา 50% นั้น “ตอนนี้ได้สั่งการให้กระทรวง พลังงาน ไปหารือกับคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.)

ว่าจะมีแนวทางดูแลและลดผลกระทบให้ประชาชนมากขึ้นได้อย่างไร เพราะหากช่วยแค่ 50% ของราคาน้ำมันดีเซลที่จะปรับขึ้นในส่วนที่เกิน 30 บาทก็จะส่งผลกระทบพอสมควร จึงได้ดูไว้หลายแนวทางเพื่อลดผลกระทบกับประชาชนให้มากที่สุด ส่วนการกู้เงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ภายในเดือน เม.ย.นี้จะได้ข้อสรุปทุกอย่างน่าจะเรียบร้อย เพราะได้ประสานกระทรวงคลังให้มาช่วยให้ความมั่นใจกับสถาบันการเงินแล้วว่าเงินกู้ในส่วนนี้รัฐบาลจะช่วยดูแล”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้กองทุนน้ำมัน ได้ขอให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นหน่วยงานที่รับรองกับสถาบันการเงินที่จะปล่อยกู้ให้กับกองทุนน้ำมันฯ ต่อมาได้มีการประสานไปยังกระทรวงคลังเพื่อขอให้เป็นผู้ออกหนังสือรับรองที่เรียกว่า “letter of comfort” เพื่อให้ความมั่นใจกับสถาบันการเงินว่าหนี้สินของกองทุนน้ำมันฯนั้นถือเป็นหนี้สาธารณะ และรัฐบาลจะดูแลในการชำระหนี้ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ณ วันที่ 17 เม.ย.2565 กองทุนน้ำมันติดลบอยู่ 50,614 ล้านบาท และ ณ วันที่ 19 เม.ย.ต้องชดเชยราคาน้ำมัน ดีเซล ลิตรละ 11.21 บาท

ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติคณะรัฐมนตรี โดย ครม.เห็นชอบการปรับปรุงถ้อยคำมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน จากเดิมให้ส่วนลดอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) 23 สตางค์ต่อหน่วย ให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน

เปลี่ยนเป็นไม่กำหนดส่วนลด แต่เป็นการขอวงเงินไปช่วยดูแล 2,000-3,500 ล้านบาท โดยให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ไปกำหนดอีกทีว่าจะให้ส่วนลดเท่าใด พร้อมกำหนดการให้ส่วนลดแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยและประเภทกิจการขนาดเล็ก เป็นระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ค.-ส.ค.2565 นอกจากนี้ การช่วยเหลือผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

ได้ปรับการให้ส่วนลดราคาน้ำมันให้ครอบคลุมทั้งกลุ่มเบนซิน จากเดิมที่ระบุเฉพาะน้ำมันแก๊สโซฮอล์และปรับจากเดิมกำหนด 5 บาทต่อลิตรและไม่เกิน 250 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นรูปแบบรัฐร่วมจ่าย 50% ไม่เกิน 50 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 250 บาทต่อคนต่อเดือน ในช่วงเดือน พ.ค.-ก.ค.2565 พร้อมทั้งให้ ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะที่ได้รับเงินจากโครงการนี้ โดยภาครัฐจะมีภาระค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 79.992 ล้านบาท.

ขอบคุณแหล่งที่มา : thairath.co.th


ติดตามข่าวสารได้ที่ have-a-look.net

economy
เศรษฐกิจ

พาณิชย์ประกาศเสียงดังฟังชัด มาม่า ไวไว ยังไม่ขึ้นราคา

พาณิชย์ประกาศเสียงดังฟังชัด มาม่า ไวไว ยังไม่ขึ้นราคาขา […]

อ่านต่อ ...
economy
เศรษฐกิจ

รายได้ไม่พอรายจ่าย เตือนดอกเบี้ยขาขึ้น อาจจุดชนวนระเบิดหนี้

รายได้ไม่พอรายจ่าย เตือนดอกเบี้ยขาขึ้น อาจจุดชนวนระเบิด […]

อ่านต่อ ...