พาณิชย์ เตรียมของบประมาณ 1.400 พันลบ.จัดโครงการพาณิชย์ลดราคา ลดค่าครองชีพ

เศรษฐกิจ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
วันที่ 18 ม.ค. 65 เตรียมเสนอของบประมาณ 1,400 ล้านบาท เพื่อจัดทำโครงการพาณิชย์ลดราคา
ลดค่าของชีพประชาชนเพิ่มทางเลือก เพื่อสร้างความสมดุลด้านราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพในตลาด
และการบริโภคภาคครัวเรือนในสถานการณ์นี้ ซึ่งจะเป็นโครงการระยะ 90 วัน หรือ 3 เดือน

นายจุรินทร์ กล่าวว่า การเข้าไปกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภค กระทรวงพาณิชย์ทำหน้าที่อยู่อย่างเต็มที่
แม้จะเป็นส่วนปลายทางของภาคการผลิตก็ตาม ตนได้ให้เป็นนโยบายและการดำเนินการใดให้ถือหลักทุกฝ่าย
สามารถอยู่ได้ ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค ให้เกิดความสมดุล ไม่เอาเปรียบซึ่งกันและกัน
เพื่อประโยชน์สูงสุดของทุกฝ่าย

สำหรับเรื่องราคาหมู ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์นอกจากห้ามการส่งออก ได้มีการเช็คสต็อกหมูทั้งระบบ
และเพิ่มจุดขายหมูเนื้อแดงราคาถูกกิโลกรัมละไม่เกิน 150 บาท 667 จุดทั่วทั้งประเทศ เพื่อชี้นำและแทรกแซงราคา
ในช่วงจำเป็นเพื่อแก้ปัญหาให้ผู้บริโภคส่วนหนึ่งและมีหลายฝ่ายออกมาช่วยรณรงค์ให้บริโภคโปรตีนทางเลือกอื่น เช่น ไก่-ไข่
กระทรวงพาณิชย์ต้องไปช่วยดู เพื่อไม่ให้หนีจากหมูราคาสูงมาเจอไก่ราคาแพง ถ้ามีการฝ่าฝืนจะเร่งดำเนินการตามกฏหมาย
โดยเฉพาะการค้ากำไรเกินควร ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นกลไกหลักนำทีมแก้ปัญหาเรื่องนี้ในแต่ละจังหวัด

เศรษฐกิจ

เรื่องไข่ มีมติร่วมกันทั้งสมาคมผู้เลี้ยงไข่ทั่วทั้งประเทศ คนกลาง ห้างสรรพสินค้าต่างๆ รวมผู้ส่งออกตกลงกันตรึงราคาหน้าฟาร์ม
ฟองละไม่เกิน 2.90 บาท จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ซึ่งจะมีผลให้การขายปลีกราคาปรับลดลงอยู่ที่ 3 บาทกว่าต่อฟอง
ขึ้นอยู่กับขนาด และต้นทุนอื่นเช่น ค่าแผงบรรจุ เป็นต้น

เรื่องไก่ มีการเจรจาเบื้องต้นและมีข้อสรุปแล้ว แม้ยังมีบางฝ่ายที่ยังติดขัด ตนได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเรียกประชุมอีกครั้ง
วันจันทร์ที่ 17 ม.ค.นี้ มาตรการที่กระทรวงพาณิชย์เตรียมการไว้ คือ
1. ด้านปริมาณได้ รับการยืนยันจากเกษตรกรและผู้ผลิตรายต่างๆว่าจนถึงขณะนี้ไก่มีปริมาณอย่างเพียงพอกับความต้องการ
ของผู้บริโภค ชิ้นส่วนสำคัญ 3 ตัว คือ 1)ไก่สดทั้งตัว 2)น่องติดสะโพก และ 3)เนื้อหน้าอก ที่จะเป็นราคานำไปสู่ชิ้นส่วนอื่นๆ
ให้กำหนดข้อตกลงร่วมกันว่าจะ ตรึงราคาแต่ละชิ้นส่วนที่ราคาเท่าไหร่ และ
2.แทรกแซงราคาชี้นำตลาดในราคาพิเศษ เพื่อป้องกันการดึงราคาสูงจนเกินไปเพื่อเป็นทางเลือก โดยจะจัดจุดจำหน่าย
ไก่ราคาถูก 3,050 จุดโดยต้องของบกลาง มาช่วยบริหารจัดการ และดูแลให้สามารถจำหน่ายได้ในราคาที่เหมาะสม

สำหรับสินค้าอื่นที่จำเป็นต่อการบริโภค เช่น เป็นอาหารกึ่งสำเร็จรูป อธิบดีกรมการค้าภายใน ยืนยันว่า
ยังไม่มีการอนุญาตให้สินค้ารายการใดขึ้นราคา หากมีการฉวยโอกาสขึ้นราคาต้องดำเนินคดีต่อไปตามมาตรา 29
จำคุกไม่เกิน 7 ปีปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ให้ดำเนินการโดยเคร่งครัด และตนสนับสนุนให้รัฐบาล
เร่งโครงการคนละครึ่งมาดำเนินการเร็วขึ้น

นายจุรินทร์ กล่าวถึงกรณีวัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เมล็ดและกากถั่วเหลือง ฯลฯ
และผู้ผลิตอาหารสัตว์ รวมถึงผู้เลี้ยงสัตว์ เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหา เช่น ลดภาษีนำเข้านั้นว่า
ได้สั่งการให้นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ หารือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวแล้ว
เพราะมีเรื่องของภาษี เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้

ในส่วนของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่ล่าสุด ราคาอยู่ที่กก.ละ 10 บาทกว่า ถือเป็นเรื่องดี ที่เกษตรกรได้ประโยชน์ แต่ขณะเดียวกัน
ก็ทำให้ผู้เลี้ยงสัตว์ และผู้ประบริโภคเสียประโยชน์ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ต้องสร้างสมดุลให้กับทุกฝ่าย เพื่อให้อยู่รอดได้ทั้งหมด

ด้านนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมได้หารือกับผู้ผลิตน้ำมันปาล์มขวดเพื่อการบริโภค
ให้ช่วยตรึงราคาขายไปก่อน เพื่อช่วยเหลือประชาชน ซึ่งผู้ประกอบการยอมกลืนเลือดให้ความร่วมมือ ปัจจุบันราคายังขาย
อยู่ที่ขวดละ 50-55 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต้นทุนน้ำมันปาล์มดิบ (ซีพีโอ) ยังอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 40-45 บาทเท่านั้น

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ราคาซีพีโอปรับขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 55 บาท และผลปาล์มสดปรับขึ้นไปอยู่ที่กิโลกรัมละ 10.90 บาท
จากผลผลิตออกสู่ตลาดหมดแล้ว แต่ยืนยันว่า น้ำมันปาล์มขวดในท้องตลาดยังมีเพียงพอ ทั้งนี้ เชื่อว่าเดือนก.พ. 65
เมื่อผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาด ราคาน่าจะอ่อนตัวลงได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดปรับขึ้นต่อเนื่อง หลังจากเมื่อปลายปี 63 ขึ้นมาอยู่ที่ขวดละ 50-52 บาท
แต่ล่าสุดราคาที่ขายตามร้านสะดวกซื้อ ร้านโชห่วยขยับขึ้นเป็นขวดละ 55-57 บาทแล้ว เกินกว่าราคาที่กระทรวงพาณิชย์
ขอความร่วมมือตรึงไว้ที่ 55 บาท และยังมีแนวโน้มขึ้นไปถึงขวดละ 60 บาท

จากการสอบถามผู้ประกอบการน้ำมันปาล์มได้รับแจ้งว่า สาเหตุมาจากผลผลิตปาล์มออกมาน้อย ทำให้ราคาผลปาล์มสด
เพิ่มขึ้นจากเดือนกิโลกรัม 9 บาท เป็นกิโลกรัมละ 10-11 บาท ซีพีโอปรับขึ้นจากกิโลกรัมละ 46 บาท เป็น 55 บาทแล้ว
และหากนำมาสกัดและบรรจุขวดสำหรับใช้บริโภค จะต้องขายเกิน 60 บาทขึ้นไปถึงจะคุ้มทุน ส่งผลให้ผู้ค้าอาหารทอด
ปรับขึ้นราคาขายกันแล้ว เช่น ร้านขายปลาทอด ย่านดอนเมืองขึ้นราคาขายรายการละ 5 บาท

ที่มาข่าว : สำนักข่าวอินโฟเควสท์