‘ตรีนุช’ สุ่มตรวจ โรงเรียนชลบุรี เล็งต้องยกระดับคุณภาพการศึกษา

‘ตรีนุช’ สุ่มตรวจ ร.ร.ชลบุรี พบโจทย์ใหญ่ เล็งยกระดับคุณภาพการศึกษา

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ ตนลงพื้นที่ จ.ชลบุรี โดยสุ่มตรวจเยี่ยมโรงเรียนแบบไม่แจ้งล่วงหน้า ซึ่งตนได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงเรียน 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านหนองเขิน และโรงเรียนเทพศิรินทร์ ชลบุรี (อุทกวิทยาคม) เพราะตนอยากเห็นว่าหลังจากเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

แต่ละโรงเรียนได้บริหารจัดการเรียนการสอนภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 อย่างไร ซึ่งโรงเรียนบ้านหนองเขิน เป็นโรงเรียนคุณภาพชุมชน อยู่ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ชลบุรี เขต 1 มีนักเรียน 403 คน พบว่าโรงเรียนดำเนินการตามมาตรการที่ศธ. และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กำหนดอย่างเคร่งครัด

เช่น การสลับวันมาเรียน มีการเว้นระยะห่าง เป็นต้น อีกทั้ง ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว จึงดำเนินการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไซต์ เพื่อให้เด็กไม่เสียโอกาสการเรียนรู้ ซึ่งโรงเรียนสามารถทำความเข้าใจ และทำให้ผู้ปกครองเกิดความมั่นใจส่งลูกมาเรียน เพราะโรงเรียนดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ส่วนโรงเรียนเทพศิรินทร์ ชลบุรี เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 18 (ชลบุรี–ระยอง) เปิดสอนระดับชั้นม.1-ม.6 มีข้าราชการครู 7 คน ธุรการ 1 คน และมีครูอัตราจ้าง 2 คน มีนักเรียน 90 คน แต่ยังเปิดสอนออนไลน์อยู่ ตนได้ทำความเข้าใจกับผู้บริหารและครูว่า

หากโรงเรียนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด สามารถจัดการเรียนการสอนแบบเว้นระยะห่างได้ ครู นักเรียนได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม ก็สามารถเปิดสอนออนไซต์ได้ นอกจากนี้ตนยังพบโจทย์ใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไขเพื่อพัฒนาการศึกษา เนื่องจากโรงเรียนดังกล่าวเป็นโรงเรียน Stan Alone และจากที่ทราบข้อมูลพบว่ามีโรงเรียนคุณภาพที่อยู่ใกล้เคียงกันมีความพร้อมสามารถส่งเด็กไปเรียนได้

อีกทั้งครู ผู้ปกครองและชุมชนก็เห็นด้วยพร้อมที่จะย้ายนักเรียนไปเรียนโรงเรียนอื่น เพื่อให้เด็กมีโอกาสที่ดีมากกว่าเดิม ซึ่งตนจะรับโจทย์นี้ไปหารือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่าจะสามารถควบรวม แก้ไขและช่วยเหลือโรงเรียนลักษณะนี้ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาได้อย่างไร ซึ่งการควบรวมโรงเรียนจะต้องดูบริบท ความต้องการของประชาชน ชุมชนในพื้นที่ด้วย

ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า โจทย์สำคัญที่สพฐ. ต้องไปผลักดันคือ

จะทำอย่างไรให้โรงเรียนมีขนาดที่พอเหมาะ มีความพอดีที่จะสามารถยกระดับคุณภาพการศึกษาได้ ซึ่งตนมองว่าโรงเรียนควรมีนักเรียน 120 คนขึ้นไป และไม่ควรมีนักเรียนเกิน 3,000 คน เพื่อทำให้การศึกษามีคุณภาพ หากสามารถทำให้โรงเรียนมีนักเรียนอยู่ระหว่าง 120-3,000 คนได้ จะทำให้การศึกษามีคุณภาพ มีประสิทธิภาพครบทุกมิติ สพฐ.จะเริ่มพัฒนาโรงเรียนคุณภาพของตำบล และโรงเรียนคุณภาพชุมชนขึ้นมา ซึ่งตนมอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทุกเขต ไปกำหนดโซนนิ่งหรือกลุ่มเครือข่ายการพัฒนาคุณภาพโดยมีเป้าหมายใช้ทรัพยากรร่วมกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

“ เมื่อเขตพื้นที่ฯ ไปกำหนดโรงเรียนหนึ่งเป็นศูนย์กลาง และยกระดับเป็นโรงเรียนคุณภาพตำบล หรือโรงเรียนคุณภาพชุมชน จะให้โรงเรียนโดยรอบนำนักเรียนมาเรียนร่วมกัน ใช้ทรัพยากรร่วมกัน จัดสรรครูให้มีครูครบชั้น ซึ่งจะทำให้ สพฐ.ประหยัดงบประมาณ บุคลากร การบริหารจัดการ

เพราะเมื่อ สพท.กำหนดโซนนิ่ง จัดกลุ่มโรงเรียนได้แล้ว สพฐ.จะสนับสนุนงบประมาณไปพัฒนาโรงเรียนที่เป็นศูนย์กลางต่อไป เพราะในอนาคตผมมองว่ารูปแบบการศึกษาจะเปลี่ยนแปลงไป การศึกษาไม่ควรจะแบ่งโรงเรียนใคร โรงเรียนมัน แต่ควรจะจัดโซนเพื่อให้ใช้ทรัพยากรร่วมกัน หากสามารถทำตามที่กำหนดไว้ได้ ดังนั้นแม้ว่าจะไม่มีการควบรวมโรงเรียน ก็สามารถมาใช้ทรัพยากรร่วมกันได้ เพราะเราตอบโจทย์อันเดียวกันคือต้องการให้มีคุณภาพ ” นายอัมพร กล่าว

การศึกษา

‘ตรีนุช’ เน้นพัฒนาคุณภาพ น.ร.ยุคโควิด ทำคำขอ งบประมาณ

‘ตรีนุช’ ย้ำหน่วยงานหลักทำคำขอ งบประมาณปี 66 รวดเร็ว-คุ […]

อ่านต่อ ...
การศึกษา

‘ตรีนุช’ เผยแก้หนี้ครูคือเรื่องยาก ทุกหน่วยงานต้องบูรณาการทำงาน

‘ตรีนุช’ เผยแก้หนี้ครูเป็นเรื่องยาก ชี้ทุกหน่วยงานต้องบ […]

อ่านต่อ ...
การศึกษา

8 ม.ค จัด ‘วันเด็กออนไลน์’ ชวน น.ร.ร่วมสนุก รางวัลส่งถึงบ้าน

8 ม.ค.นี้ ศธ. จัด ‘วันเด็กออนไลน์’ ชวน น.ร.ร่วมสนุก ชิง […]

อ่านต่อ ...