รมว.พาณิชย์ เตรียมผลักดันโครงการประกันรายได้ผู้ปลูกข้าวต่อเนื่อง

เศรษฐกิจ

(09 พ.ย. 64) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวถึงค่าชดเชยโครงการประกันรายได้ผู้ปลูกข้าว
และมาตรการคู่ขนาน ได้ให้ความเห็นชอบไปแล้วครั้งหนึ่ง วงเงิน 18,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมาตรการคู่ขนาน
ประมาณ 5,000 ล้านบาท และเงินส่วนต่างประมาณ 13,000 ล้านบาท สำหรับเงินส่วนต่างเริ่มจ่ายงวดที่ 1 วันนี้แล้ว
และจะจ่ายต่อเนื่องในงวดที่ 2 ต่อไป ซึ่งเข้าใจว่าจะจ่ายวันพรุ่งนี้ ส่วนที่เหลือทั้งหมดจาก 33 งวด ก็จะเหลืออีก 31 งวด

ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการที่ต้องการให้ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโดยต่อเนื่อง
ซึ่งจะใช้วงเงินเท่าไรในแต่ละงวดขึ้นอยู่กับรายได้ที่ประกัน เช่น ข้าวเปลือกเจ้าประกันรายได้ที่ตันละ 10,000 บาท
จะลบด้วยราคาย้อนหลัง 7 วัน จะเป็นวงเงินในแต่ละงวดที่ต้องไปจ่าย ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงในแต่ละงวดต่อไป

เศรษฐกิจ
ขอบคุณภาพจาก https://pixabay.com/photos/rice-paddy-agriculture-wheat-5019854/

“มอบหมายให้กระทรวงการคลังเป็นผู้เข้าไปดูว่าต้องจัดเงินแต่ละงวดเท่าไหร่ ปรึกษากับสำนักงบประมาณและกระทรวงพาณิชย์
จะเป็นผู้ทำต้นเรื่องในภาพรวม แต่ละงวดจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ หลัก คือ ประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวจะเดินหน้าปี 3 ต่อไป
โดยจ่ายงวดแรกวันนี้ เป็นส่วนกระทรวงคลังจะเป็นผู้ดำเนินการในรายละเอียดว่าจะจัดให้มีเงินจ่ายส่วนไหนอย่างไร
โดยหลักการคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ เรื่องราคาข้าวจะต้องมาดูที่ราคาค่าความชื้นไม่เกิน 15% หรือเรียกว่า ข้าวแห้ง
ราคาที่บางฝ่ายพูดกันขณะนี้คือราคาข้าวเปียก เพราะเกี่ยวแล้วก็ขายเลย ซึ่งความชื้นจะมากกว่า 15%
เอาราคาตรงนั้นมาเป็นมาตรฐานไม่ได้ แต่ถ้าเป็นราคาข้าวแห้งปัจจุบันนี้ตกเกวียนละประมาณ 7,500-7,800 บาท” นายจุรินทร์ กล่าว

สำหรับมาตรการคู่ขนานให้ความเห็นชอบไปแล้วและดำเนินการแล้ว ตนเองได้กำชับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
เร่งรัดดำเนินการในส่วนนี้ เพราะ ธ.ก.ส.จะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ เช่น หากโรงสีต้องการเก็บสต๊อกข้าวไว้ไม่นำออกขาย
เพื่อไม่กดราคาข้าวในตลาด จะได้รับเงินช่วยเหลือดอกเบี้ย 3% ซึ่งธ.ก.ส.จะเป็นผู้ดำเนินการร่วมกับโรงสีและกระทรวงพาณิชย์ต่อไป
หรือหากสถาบันเกษตรกรเกี่ยวข้าวได้แล้วเอาไปตากแห้งแล้วยังไม่ขาย เพื่อไม่ทำให้ปริมาณข้าวในตลาดมากเกินไปจนทำให้ราคาตก
รัฐบาลจะมีเงินช่วยเหลือตันละ 1,500 บาทเป็นมาตรการคู่ขนานที่เห็นชอบวงเงินไปแล้วในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง
ไปหารือร่วมกับสำนักงบประมาณ เพื่อหาแหล่งเงินมาใช้ในโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ฤดูกาลผลิต 2564/65
ที่กระทรวงพาณิชย์เสนอมา จำนวน 89,306 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณก้อนแรก
จำนวน 13,000 ล้านบาท โดยยังเหลือภาระที่ต้องเร่งหางบประมาณมาใช้ในโครงการอีก จำนวน 76,000 ล้านบาท

ส่วนข้อเสนอให้มีการขยับเพดานการใช้เงินผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐและหน่วยงานอื่น ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 30%
ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือ 930,000 ล้านบาทนั้น รมว.คลัง ระบุว่า เรื่องนี้คงต้องไปหารือกับสำนักงบประมาณ
รวมถึงดูในรายละเอียดก่อน

“ต้องไปคุยกับสำนักงบประมาณก่อน ดูรายละเอียดร่วมกันเกี่ยวกับแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ในโครงการว่ามีแหล่งเงินจากตรงไหนบ้าง
งบกลางก็ต้องดูด้วย ตอนนี้คงยังบอกอะไรไม่ได้ ต้องคุยกันก่อนถึงจะสรุปได้ โดยขณะนี้ยังต้องใช้เงินอีกราว 76,000 ล้านบาท
เพื่อจ่ายให้เกษตรกร โดยการจ่ายเงินก็จะทยอยจ่ายเป็นงวด ๆ ตามผลผลิตที่จะออกมา ประมาณ 2-3 เดือนนี้
หรือในช่วง พ.ย. 2564 – ม.ค. 2565” นายอาคม กล่าว

สำหรับข้อเรียกร้องการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล เพื่อพยุงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลนั้น รมว.คลัง
ระบุว่า ขณะนี้ทางกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดูแลเรื่องนี้อยู่ โดยยืนยันว่ากองทุนยังสามารถดูแลได้
ที่มาข่าว : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 พ.ย. 64)

เศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ

นายกฯ และ รมว.กลาโหม ปลื้ม “เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3” เดือนเดียวเงินสะพัดกว่า 5 พันลบ.

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว […]

อ่านต่อ ...
เศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ

คมนาคม เริ่มเก็บค่าโดยสารรถไฟสายสีแดง 29 พ.ย.

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธา […]

อ่านต่อ ...
เศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ

ธปท.แจงเปิดทางรวมหนี้ข้ามแบงก์ใช้บ้านค้ำลดภาระดอกเบี้ย

น.ส.สุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายและ […]

อ่านต่อ ...