สพฐ.หนุนใช้โรงเรียนเป็น รพ.สนาม ย้ำปลอดภัยมีสาธารณสุขพื้นที่ดูแล

การศึกษา

วันที่ 27 กรกฎาคม 2564 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
(โควิด-19) ในปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากติดต่อกันหลายวัน และมีการระบาด
จากพื้นที่สีแดงเข้มกระจายไปทั่วประเทศ จนทำให้สถานพยาบาลไม่เพียงพอต่อการรองรับผู้ป่วย

ดังนั้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนและสังคม รวมทั้งแบ่งเบาภาระของบุคลากรทางการแพทย์
และโรงพยาบาล สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งมีสถานศึกษาในสังกัด
เป็นจำนวนมาก มีความพร้อมในการปรับเปลี่ยนอาคารสถานที่ภายในโรงเรียนให้เป็นโรงพยาบาลสนาม
และสถานที่กักตัวหรือสถานที่พักคอย สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการติดเชื้อในระยะต้น ไม่รุนแรง
(ระดับสีเขียว) เพื่อใช้สถานที่ดังกล่าวเป็นที่รักษาขั้นเบื้องต้น ให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง
และรอการจัดหาเตียงเข้ารักษาในโรงพยาบาลหลักในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยแยกตัวผู้ติดเชื้อออกจากบ้านพักอาศัย
และชุมชน ทำให้ลดอัตราการเสียชีวิตและการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การศึกษา

นายอัมพร กล่าวต่อไปว่า ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน ถึงเวลาแล้วที่ทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน
ต้องร่วมมือกัน ในการฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคที่พี่น้องประชาชนกำลังเผชิญอยู่ ซึ่งโรงเรียนก็เป็นอีกสถานที่หนึ่ง
ที่ให้บริการการศึกษาแก่นักเรียนมาโดยตลอด วันนี้บ้านเมืองเรากำลังเผชิญกับวิกฤติอย่างรุนแรง
ถือเป็นโอกาสอันดีที่สถานศึกษาจะได้ดูแลพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นประชาชน
ที่เดินทางกลับภูมิลำเนา หรือแม้แต่ชาวบ้านที่เจ็บป่วยอยู่ในชุมชนก็ดี เมื่อทำการตรวจพบเชื้อแล้ว
ก็ต้องมีสถานที่พักคอยเพื่อรอการส่งตัวเข้ารักษาในโรงพยาบาล โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
(นางสาวตรีนุช เทียนทอง) ก็ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ และเห็นด้วยว่าถึงเวลาที่เราจะต้องเปิด
โรงเรียนหรือสถานศึกษาให้เป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ

การศึกษา

ทั้งนี้ จากการรายงานข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 27 ก.ค. 2564 พบว่าในขณะนี้มีการอนุญาตใช้อาคารสถานที่
ในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. เพื่อทำเป็นโรงพยาบาลสนามและสถานที่กักตัวหรือสถานที่พักคอย
รวมถึงหน่วยบริการด้านสาธารณสุข รวมทั้งสิ้น 510 โรงเรียน แบ่งเป็น โรงพยาบาลสนาม 57 โรง
โรงพยาบาลสนามสำรอง 12 โรง โรงพยาบาลสนามและสถานที่กักตัว 16 โรง สถานที่กักตัว 281 โรง
สถานที่พักคอย 134 โรง สถานที่แวะเข้าห้องน้ำ 9 โรง หน่วยคัดกรอง (Swab) 1 โรง และ 2 ค่ายลูกเสือ
ซึ่งสามารถรองรับผู้ป่วยได้ถึง 12,358 เตียง

การศึกษา

สำหรับการขออนุญาตให้สถานศึกษาเป็นโรงพยาบาลสนามหรือสถานที่พักคอยนั้น
ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา ซึ่งเราเชื่อว่าท่านเหล่านั้นเป็นผู้ดูแลใกล้ชิด
กับปัญหามากที่สุด ก็จะรู้สถานการณ์จริงและพิจารณาได้ว่าควรจะอนุญาตให้ใช้มากน้อยเท่าไหนอย่างไร
รวมถึงต้องได้รับความเห็นชอบจากชุมชนที่อยู่รอบบริเวณโรงเรียนด้วย เพราะเรามีความเชื่อมั่นว่าทั้งกรรมการสถานศึกษา
และชุมชนรอบบริเวณโรงเรียนนั้น ทราบดีว่าผู้ที่จะมาใช้บริการไม่ใช่ใครอื่น แต่คือเด็กเยาวชนและผู้คนในชุมชนนั่นเอง
ซึ่งต้องขอบคุณคณะกรรมการสถานศึกษาและผู้ใหญ่ในชุมชนที่ได้อนุญาตให้ใช้โรงเรียนเป็นโรงพยาบาลสนาม
และสถานที่พักคอยทั่วประเทศในเวลานี้เป็นจำนวนมาก

“ในการใช้อาคารสถานที่ดังกล่าว จะมีหน่วยงานด้านสาธารณสุขในพื้นที่เข้ามาดูแลช่วยเหลือ ทั้งการดูแลผู้ป่วย
การจัดสถานที่ให้เหมาะสมกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด รวมถึงการทำความสะอาดสถานที่ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
และการจัดการกับขยะติดเชื้ออย่างเหมาะสม ขอให้นักเรียนและผู้ปกครอง ครู และชุมชนใกล้เคียง
มีความมั่นใจว่าอาคารสถานที่ในโรงเรียนที่ใช้จัดทำเป็นโรงพยาบาลสนามและสถานที่กักตัวหรือสถานที่พักคอย
จะมีความปลอดภัย สะอาด ถูกสุขลักษณะ ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข”
เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

การศึกษา

ศธ.ถกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ หวั่นขรก.กว่า 3 พันคนถูกลอยแพ

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่ากา […]

อ่านต่อ ...
การศึกษา

ไม่เข้าหัก 5 คะแนน ร.ร.ดังอุบล จัดอบรม ลัทธิอนุตตรธรรม

นักเรียน-ผู้ปกครองโวย โรงเรียนดังอุบล จัดอบรมลัทธิอนุตต […]

อ่านต่อ ...
การศึกษา

อันนา นักเรียนเลว บุกสนามหลวง เพื่อชู 3 นิ้ว ให้ประยุทธ์

‘อันนา นักเรียนเลว’ บุกเดี่ยวสนามหลวง หวังชูสามนิ้วให้ […]

อ่านต่อ ...